สารจากประธานกลุ่ม

ปี 2562 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่สำคัญของกลุ่มบริษัทฯ โดยเฉพาะความสำเร็จด้านผลประกอบการที่โดดเด่น ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความสามารถของ กลุ่มบริษัทฯ ในการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อเตรียม รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดีกลุ่มบริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานโดยมุ่งสู่ความ เป็นเลิศในทุกธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ ผ่าน การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและ พันธมิตรต่างๆ และการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ให้เติบโตมากยิ่งขึ้นรวมถึงการผสานกำลัง (Synergy) ของทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจเพื่อพัฒนาโซลูชันที่เกิดขึ้น จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยการร่วมมือ กับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเดินหน้าโครงการ Digital Transformation ตามแผนงานที่ ได้วางไว้ อย่างเต็มรูปแบบซึ่งจะสามารถเห็นผลสำเร็จได้ ชัดเจนมากยิ่งขึ้นภายในปี 2563 นี้ตลอดจนกลุ่ม บริษัทฯ จะยังคงยึดมั่นในแนวทางการดำเนินงาน อย่างยั่งยืนโดยการขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักความ สมดุลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุมทั้ง 3 มิติได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance)

ปี 2562 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่สำคัญของกลุ่มบริษัทฯ โดยเฉพาะความสำเร็จ ด้านผลประกอบการที่โดดเด่น โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม ส่วนแบ่งกำไรเท่ากับ 13,386 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตจากปี 2561 ร้อยละ 15 และมีกำไรสุทธิ 3,229 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนิน งานปกติ ที่ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษ อยู่ที่ 2,933 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 21 และมีมูลค่าสินทรัพย์ รวมทั้งสิ้น 82,264 ล้านบาท ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้สะท้อนให้ เห็นถึงความสามารถของกลุ่มบริษัทฯ ในการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อเตรียม รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี เพราะถึงแม้ว่ากลุ่มบริษัทฯ จะต้อง เผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ประเทศแต่กลุ่มบริษัทฯ ก็ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจาก จะช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนา ด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน และ ดิจิทัลแพลตฟอร์มแล้ว ความสำเร็จในปี 2562 ก็ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ กลุ่มบริษัทฯ มองไปข้างหน้าและเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายและ สร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคตต่อไป

สำหรับปี 2562 ที่ผ่านมา ตัวอย่างผลงานและความสำเร็จของโครงการภายใน ประเทศที่มีความโดดเด่นของกลุ่มบริษัทฯ ได้แก่ การส่งมอบโครงการศูนย์ E-Commerce Park ขนาดประมาณ 130,000 ตารางเมตรภายในพื้นที่ เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษกลุ่มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ บางปะกงให้แก่ ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซระดับโลก การเปิดนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมในประเทศแห่งที่ 10 ของกลุ่ม บริษัทฯ บนพื้นที่ขนาด 2,198 ไร่ รวมถึงบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานในเครือ ของกลุ่มบริษัทฯ ก็ได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ อาทิ ธุรกิจ น้ำปราศจากแร่ธาตุ (Demineralized Water) การให้บริการบำบัดน้ำเสีย และปรับปรุงคุณภาพน้ำ ตลอดจนการร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรเปิดดำเนิน การโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้า ติดตั้งกว่า 8.63 เมกะวัตต์และสามารถรองรับการกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่ ไม่เป็นอันตรายจำนวนสูงถึง 100,000 ตันต่อปี รวมถึงการลงนามสัญญาเพื่อ ดำเนินการระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) แก่ ลูกค้าภายในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มเติมอีก 21.4 เมกะวัตต์

นอกจากนั้น ในปี 2562 กลุ่มบริษัทฯ ก็ได้มุ่งขยายธุรกิจในต่างประเทศโดย เฉพาะประเทศเวียดนามที่กลุ่มบริษัทฯ ได้พัฒนาเขตประกอบการอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 - เหงะอาน เฟสหนึ่งจนมีพื้นที่พัฒนา พร้อมขายแล้วจำนวน 145 เฮกตาร์ (906 ไร่) พร้อมกับการเปิดตัวอาคาร สำนักงานแห่งใหม่เพื่อต้อนรับนักลงทุนผู้สนใจ อีกทั้งบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ก็ได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 34 ใน บริษัท ดวง ริเวอร์ เซอร์เฟส วอเตอร์แพลนท์ (Duong River Surface Water Plant) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการน้ำประปาชั้นนำของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม รวมถึงเพื่อสร้างความมั่นคงด้านแหล่งน้ำให้กับลูกค้าใน เขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 - เหงะอาน บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ยังได้เข้า ถือหุ้นในบริษัท เก๋อ หล่อ วอเตอร์ ซัพพลาย (Cua Lo Water Supply) ร้อยละ 47 เพื่อลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำประปาในเมืองเหงะอาน ประเทศเวียดนามอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่า ปี 2563 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่มีความ ท้าทายอย่างแท้จริงของกลุ่มบริษัทฯ อาทิ ความกังวลสืบเนื่องจากสงคราม การค้า ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงวิกฤตภัยแล้ง ปัญหาฝุ่นและสภาวะอากาศ การแข็งค่า ของเงินบาท ฯลฯ ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ ก็ได้มีการประเมินปัจจัยต่างๆ ทั้งเชิง บวกและลบอยู่เสมอ อาทิ ศักยภาพและทิศทางการเติบโตของตลาด E-Commerce ภายในภูมิภาคและทั่วโลก สถานการณ์สงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ส่งผลทำให้เกิดกระแสการเคลื่อนย้ายการลงทุน ของจีนมายังประเทศไทยที่แม้ว่าจะชะลอตัวไปบ้างเนื่องจาก COVID-19 แต่นักลงทุนชาวจีนจำนวนมากก็ยังแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในนิคม อุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงความคืบหน้าของโครงการพัฒนา ระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือมาบตาพุด โครงการ พัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออก ฯลฯ ที่จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่าง ประเทศในภูมิภาคและส่งผลดีต่อธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ในระยะยาว

สำหรับปี 2563 กลุ่มบริษัทฯ ก็ได้กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานโดยมุ่งสู่ ความเป็นเลิศในทุกธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ ผ่านการสร้างความสัมพันธ์ ระยะยาวกับลูกค้าและพันธมิตรต่างๆ และการขยายธุรกิจในต่างประเทศให้ เติบโตมากยิ่งขึ้น รวมถึงการผสานกำลัง (Synergy) ของทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจเพื่อ พัฒนาโซลูชันที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยการร่วมมือ กับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น การร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้า Smart Microgrid หรือการร่วมมือกับคณะ กรรมการฯ กสทช. และผู้ให้บริการต่างๆ เพื่อทดสอบการใช้งานระบบและ เทคโนโลยี 5G ภายในพื้นที่นิคมของกลุ่มบริษัทฯ เป็นต้น นอกจากนั้นกลุ่ม บริษัทฯ ก็จะเดินหน้าโครงการ Digital Transformation ตามแผนงานที่ได้ วางไว้อย่างเต็มรูปแบบซึ่งจะสามารถเห็นผลสำเร็จได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นภายใน ปี 2563 นี้ ตลอดจนกลุ่มบริษัทฯ จะยังคงยึดมั่นในแนวทางการดำเนินงาน อย่างยั่งยืนโดยการขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักความสมดุลและคำนึงถึงผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียอย่างครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance)

สุดท้ายนี้ ดิฉันในฐานะประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และตัวแทนของคณะ กรรมการและคณะผู้บริหาร ขอขอบพระคุณทุกๆ ฝ่ายที่ให้การสนับสนุน ธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ มาโดยตลอด ทั้งท่านผู้ถือหุ้นที่ได้ให้ความไว้วางใจ ลูกค้าทุกท่านที่เลือกใช้บริการของกลุ่มบริษัทฯ พันธมิตรทางธุรกิจทุกฝ่าย และกลุ่มสถาบันการเงินที่สนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจ รวมทั้งขอขอบคุณ คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ที่ได้ให้ความไว้วางใจและ ให้ความร่วมมือในการผลักดันธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ให้เดินหน้าและเติบโต อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าแก่สังคม ผู้ถือหุ้นทุกท่าน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทุกๆ ฝ่ายต่อไป

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล
ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)