12 October 2026
DEFENSIVE AI

คุณจรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา ขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า (Frontier AI) ได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ความสามารถในการให้เหตุผลระดับสูง การประมวลผลหลายรูปแบบ (Multimodal) และการปฏิบัติงานที่ซับซ้อนทำให้ AI ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจ Cybersecurity อย่างแพร่หลายตั้งแต่การค้นหาช่องโหว่เชิงรุก การตรวจจับความผิดปกติแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของภัยคุกคามไปจนถึงการเสริมความแข็งแกร่งอัตโนมัติให้กับซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐาน

หนึ่งในตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของ Defensive AI ในระดับอุตสาหกรรม คือ Project Glasswing ที่มีจุดตั้งต้นจากการค้นพบความสามารถของโมเดล Claude Mythos Preview ของบริษัท Anthropic ที่แม้ว่าจะยังไม่เปิดให้บริการแก่สาธารณะ แต่ Claude Mythos มีความสามารถในการค้นหาและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ซอฟต์แวร์ได้เหนือกว่ามนุษย์ผู้เชี่ยวชาญ โดย Anthropic ประเมินว่าหากขีดความสามารถเช่นนี้แพร่กระจายไปสู่กลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความปลอดภัยสาธารณะ และความมั่นคงของชาติ Anthropic จึงได้จัดตั้ง Project Glasswing ร่วมกับพันธมิตร อาทิ AWS, Apple, Cisco, CrowdStrike, Google, JPMorganChase, Microsoft, NVIDIA ฯลฯ เพื่อให้พันธมิตรสามารถนำ Claude Mythos ไปใช้ตรวจสอบและเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบที่อุตสาหกรรมต้องพึ่งพาร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของ AI ในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ก็กลายเป็นดาบสองคม เครื่องมือทรงพลังของผู้ดูแลระบบอาจถูกนำไปใช้เป็นอาวุธโจมตีทางไซเบอร์ได้ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ AI หลุดจากการควบคุม (Went Rogue) เมื่อโมเดลของ OpenAI ที่อยู่ระหว่างการประเมินความเสี่ยงไซเบอร์ภายในองค์กร "หลุด" ออกจากขอบเขตการทดสอบที่กำหนดไว้และเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานเชิงปฏิบัติการของ Hugging Face แพลตฟอร์มกลางสำหรับการแบ่งปัน AI Model และ Dataset ที่เปรียบเสมือนคลังข้อมูล AI ระดับโลก

โดย AI ตัวดังกล่าวได้ส่งคำสั่งโจมตีถึง 17,600 ครั้ง ภายในเวลาแค่ 4 วัน รวมถึงมีการจำลองตนเองอีก 20 ชุดเพื่อกระจายการโจมตีจนสามารถเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ของ Hugging Face และเข้าถึงบัญชีภายนอกที่เชื่อมต่ออยู่อีก 4 บัญชี ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า เมื่อ AI ถูกตั้งเป้าหมายให้บรรลุผลลัพธ์สูงสุดโดยปราศจากกรอบควบคุมและการกำกับดูแลที่รัดกุมเพียงพอ AI อาจเลือกเส้นทางที่สั้นและมีประสิทธิภาพที่สุดในการไปถึงเป้าหมายนั้นโดยไม่คำนึงว่าเส้นทางดังกล่าวจะเป็นการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์หรือไม่

ในอดีต Cybersecurity ถูกมองเป็นเพียงงานสนับสนุนเชิงเทคนิคที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายไอทีหรือผู้บริหารฝ่ายความมั่นคงสารสนเทศ (CISO) แต่ขีดความสามารถของ AI ในปัจจุบันทำให้บริบทของภัยคุกคามถูกพลิกโฉมไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อภัยคุกคามได้เปลี่ยนผ่านจากการกระทำของมนุษย์ไปสู่การขับเคลื่อนด้วย Autonomous AI Agents ที่สามารถค้นหาช่องโหว่ วางแผน และลงมือโจมตีได้ด้วยตนเอง การพึ่งพาระบบป้องกันแบบเดิมที่ยังต้องรอการอนุมัติหรือแก้ไขจากมนุษย์จึงเสี่ยงที่จะตอบสนองไม่ทันการณ์

Defensive AI ได้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ไม่อาจมองข้าม ผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์จึงต้องเร่งวางยุทธศาสตร์ที่สมดุลทั้งการเข้าถึงเทคโนโลยีจากพันธมิตรภายนอก การยกระดับขีดความสามารถภายในองค์กร ตลอดจนการปรับใช้นโยบายดิจิทัลให้สอดรับกับความมั่นคงทางธุรกิจในระยะยาวเพราะหากองค์กรปราศจากสถาปัตยกรรม Defensive AI ที่เข้มแข็งและสามารถตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ความเสียหายย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและการดำเนินงานอันเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บริหารในท้ายที่สุด