AGENT ECONOMY


คุณจรีพร จารุกรสกุล
ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ในช่วงที่ผ่านมา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ได้วิวัฒนาการจากนวัตกรรมขั้นสูงในห้องปฏิบัติการสู่การเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม AI กำลังก้าวข้ามยุคปัญญาประดิษฐ์ในฐานะเครื่องมือ (Generative AI Tools) ที่สามารถตอบสนองต่อคำสั่งแบบครั้งต่อครั้งไปสู่ยุคตัวแทนอัจฉริยะ (Autonomous AI Agents) ที่มีความสามารถในการกำหนดเป้าหมาย วางแผน และตัดสินใจดำเนินงานได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจร
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้สะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่ยุค Agent Economy หรือระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตัวแทนอัจฉริยะ โดยมี AI Agent ในฐานะแรงงานดิจิทัล (Digital Workforce) เป็นกลไกสำคัญ
Agent-as-a-Service (AaaS) หรือ Agent-as-a-Worker
เปรียบเทียบกับโมเดล Software-as-a-Service (SaaS) องค์กรลงทุนซื้อเครื่องมือแต่องค์กรยังคงจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานหรือทุนมนุษย์ให้เป็นผู้ใช้งานเครื่องมือเหล่านั้น เช่น การซื้อซอฟต์แวร์บัญชีเพื่อให้พนักงานบัญชีประมวลผล หรือการซื้อระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) สำหรับทีมขาย ในทางตรงกันข้าม Agent-as-a-Service หรือ Agent-as-a-Worker องค์กรสามารถซื้อผลลัพธ์ของงานจาก AI Agent ได้เลย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีนัยสำคัญต่อโครงสร้างต้นทุนของภาคธุรกิจ เนื่องจากต้นทุนการเข้าถึงแรงงานทักษะสูงจะลดลงและส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถใช้บริการแรงงานดิจิทัลเหล่านั้นเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันได้
Vertical AI Agents ตัวแทนอัจฉริยะเฉพาะทาง
AI Agents ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงสำหรับอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง โดย AI จะได้รับการฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลเฉพาะทางขั้นสูง จึงส่งผลให้ AI Agent มีความเข้าใจคำศัพท์เทคนิค ข้อบังคับทางกฎหมาย และแนวปฏิบัติ (Best Practices) ของอุตสาหกรรมนั้น ๆ เป็นอย่างดี
ตัวอย่าง Vertical AI Agents อาทิ LegalTech ทนายความอัจฉริยะสามารถช่วยตรวจสอบร่างสัญญา ค้นหาข้อกฎหมายและคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง HealthTech ผู้ช่วยวินิจฉัยโรคและวางแผนการรักษา รวมถึงมีความสามารถในการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ (X-ray/ MRI) หรือการประมวลผลแนวทางการให้ยาแบบเฉพาะเจาะจงตามพันธุกรรมของผู้ป่วย
Agent Marketplace ตลาดแรงงานดิจิทัล
แพลตฟอร์มกลางหรือตลาดดิจิทัลที่รวบรวม AI Agents จากผู้พัฒนาและบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั่วโลก โดยทำหน้าที่คล้ายกับแพลตฟอร์มจัดหางานหรือตลาดฟรีแลนซ์อย่าง Upwork และ Fiverr แต่เปลี่ยนจากแรงงานมนุษย์มาเป็นแรงงานดิจิทัลที่พร้อมปฏิบัติงานทันที แพลตฟอร์มกลางนี้จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ สถาบัน ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) หรือบุคคลธรรมดาให้สามารถเข้ามาเลือกสรร ตรวจสอบคุณสมบัติรวมถึงประวัติการทำงานของ AI แต่ละตัว และว่าจ้าง Agent เหล่านั้นไปปฏิบัติภารกิจเฉพาะด้าน
Agent-to-Agent (A2A)
เมื่อองค์ประกอบต่าง ๆ ได้รับการพัฒนาจนสมบูรณ์ รูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางธุรกิจจะทรานส์ฟอร์มจาก B2B (Business-to-Business) หรือ B2C (Business-to-Consumer) ไปสู่ A2A (Agent-to-Agent) ตัวแทนอัจฉริยะของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะทำการเชื่อมต่อและสื่อสารกันโดยตรงผ่านโปรโตคอลเครือข่ายเพื่อวิเคราะห์ความต้องการ นำเสนอโซลูชัน ต่อรองราคา ตรวจสอบข้อจำกัดทางกฎหมาย และทำข้อตกลงทางการค้าได้อย่างรวดเร็ว
การเกิดขึ้นของ Agent Economy จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีทั่วไป หากแต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของปัจจัยการผลิต ซึ่งประเทศไทยเองก็มีข้อได้เปรียบด้านดัชนีความพร้อมและการเปิดรับเทคโนโลยีของประชากร เช่น อัตราการเข้าถึงระบบการเงินดิจิทัลและ Mobile Banking ที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลระดับสากลทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม Agent Economy นับเป็นสนามแข่งขันใหม่ที่ทุกประเทศต้องเริ่มต้นพร้อมกัน หากประเทศไทยสามารถดึงศักยภาพและข้อได้เปรียบเหล่านั้นมาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม ประเทศไทยก็จะสามารถปักหมุดขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนบนเวทีเศรษฐกิจโลกยุคใหม่