30 มีนาคม 2569
COWORK

คุณจรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

หนึ่งในเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในขณะนี้ คือ Claude Cowork จากบริษัท Anthropic ที่เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดย Claude Cowork ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Claude Code เพื่อนำความสามารถเชิง Agentic มาสู่ผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ใช่นักพัฒนา ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวก็ถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากศักยภาพในการดิสรัปต์หลายอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ในรูปแบบการบริการ (Software as a Service หรือ SaaS) ที่ภายหลังจากการเปิดตัวไม่นาน หุ้นของบริษัทซอฟต์แวร์องค์กรที่มีการทำงานทับซ้อนกับ Cowork ก็ได้สูญเสียมูลค่าตลาดรวมกันไปกว่า 2.85 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว

Cowork มีความแตกต่างจาก AI ในรูปแบบแชทบอทที่เราคุ้นเคยกันดี อาทิ ChatGPT หรือ Gemini ตรงที่มีขีดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจได้อย่างอิสระ ทำให้เปรียบได้กับการมีผู้ช่วยหรือพนักงานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน นอกจากนี้ Cowork ยังรองรับการเชื่อมต่อกับทักษะเฉพาะทางในสาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การบัญชี การตลาด หรือกฎหมาย ตลอดจนปรับปรุงข้อจำกัดของเครื่องมือเวอร์ชันก่อนหน้าในเรื่องการรับไฟล์ขนาดใหญ่ โดย Cowork ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรงจึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้ไฟล์เอกสารภายในเครื่องได้ทันที ตลอดจนสามารถเชื่อมต่อและเรียกใช้แอปพลิเคชันภายนอก เช่น Canva และ Microsoft 365 ได้โดยง่ายอีกด้วย

ตัวอย่างการใช้งานจริงของ Cowork อาทิ การจัดระเบียบไฟล์ จัดการโฟลเดอร์และไฟล์เอกสารด้วยการเรียงและเปลี่ยนชื่อให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เอกสารทางการเงิน ผู้ใช้งานสามารถถ่ายรูปใบเสร็จ/ ใบแจ้งหนี้เพื่อส่งให้ Cowork นำไปจัดทำเป็นไฟล์ที่มีข้อมูลครบถ้วน สร้างรายงานจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย Cowork สามารถรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ บทความ หรือโน้ตส่วนตัวเพื่อนำมาวิเคราะห์แล้วสร้างเป็นรายงาน งานซ้ำๆ ที่ต้องใช้เวลา สั่งการ Cowork ให้ตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ทุกๆ 6 ชั่วโมง ก่อนนำข้อมูลมาสรุป วิเคราะห์ และบันทึกเทรนด์ที่เกี่ยวข้องได้โดยอัตโนมัติ

ทั้งนี้รูปแบบการให้บริการของ SaaS เป็นแบบสมัครสมาชิกที่ข้อมูลทุกอย่างถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ ตัวอย่าง SaaS อาทิ Google Workspace หรือซอฟต์แวร์ CRM อาทิ Salesforce, HubSpot โดยในช่วงที่ผ่านมา SaaSpocalypse ซึ่งเป็นคำผสมระหว่าง SaaS และ Apocalypse ได้กลายเป็นคำศัพท์ที่นักลงทุนพูดถึงอย่างกว้างขวางและสะท้อนความกังวลว่า AI agent อย่าง Claude Cowork อาจไม่ใช่แค่เครื่องมือสนับสนุน SaaS อีกต่อไป แต่อาจเริ่มแทนที่แพลตฟอร์มเหล่านั้นได้โดยตรง เนื่องจาก Claude Cowork สามารถดึงข้อมูลมาสรุปยอดขาย ค้นหาข้อมูลลูกค้า หรือทำสรุปการประชุมได้โดยที่ไม่ต้องเปิดหน้าเว็บของ CRM นั้นๆ หรือในกรณีผลกระทบต่อซอฟต์แวร์ให้บริการด้านกฎหมาย Claude Cowork มี Legal Plugin ที่สามารถตรวจสัญญาและวิเคราะห์ความเสี่ยงได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับทนายความ และอาจทำให้บริษัทลดการใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้ ทำให้รายได้ต่อผู้ใช้ลดลง และส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์อย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม การทำนายว่า SaaS จะตายนั้นอาจจะเป็นการด่วนสรุปเกินไป แต่ Cowork และเครื่องมือในลักษณะเดียวกันจะเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงที่บังคับให้บริษัท SaaS ต้องพิสูจน์ตัวเองว่ายังมีคุณค่าในยุค AI agent โดยเฉพาะในด้านข้อมูล ความปลอดภัย และ workflow ที่ซับซ้อน

ในอีกด้านหนึ่ง Agentic AI ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงาน เมื่อ AI สามารถทำงานแทนบุคลากรได้หลายตำแหน่งพร้อมกัน ความต้องการจ้างงานขององค์กรจึงมีแนวโน้มลดลงในอนาคต ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดพื้นที่ให้บุคลากรที่สามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ได้อย่างชาญฉลาด กลายเป็นผู้ที่มีอำนาจต่อรองและศักยภาพในการสร้างผลลัพธ์ที่สูงกว่าคนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ