2568
2567
2566
2565
2564
2563
2562
2561
2560
2559
2558
2557
2556
2555
2554
2553
2550
2549
2546
- บริษัทคว้า 3 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวที SET AWARDS 2025 ได้แก่ รางวัล Best Innovative Company Awards ในกลุ่ม Business Excellence และรางวัล SET Award of Honor เนื่องจากได้รับรางวัล Best Sustainability Awards ซึ่งอยู่ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ขณะที่ WHAUP รับรางวัล Highly Commended Sustainability Awards ในกลุ่ม Sustainability Excellence
- บริษัทได้รับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในสาขา "ความเป็นเลิศด้านผู้นำ" (Leadership Excellence Award) ระดับ Excellence Award จากโครงการ Thailand Corporate Excellence Awards 2025
- บริษัทได้รับรางวัล 2025 AMCHAM Corporate Impact Awards ระดับแพลทตินัมจากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) ติดต่อกันเป็นปีที่ 16
- ทริสเรทติ้งให้ประกาศจัดอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทไว้ที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “คงที่” ตอกย้ำฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เครดิตองค์กรที่บริษัทได้รับยังแสดงถึงความเชื่อมั่นในวินัยทางการเงินของบริษัท การบริหารสภาพคล่องและโครงสร้างทางการเงินที่มีประสิทธิภาพตลอดจนความสามารถในการปรับตัวและบริหารความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างเหมาะสม
- บริษัทได้รับความไว้วางใจจากบริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ผู้บริหารค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านในประเทศไทย ลงนามในสัญญาเช่าคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit บนพื้นที่รวมกว่า 38,412 ตารางเมตร ภายในโครงการดับบลิวเอชเอ เมกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ วังน้อย 63 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- WHAID – WHAUP ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA ENCOM) เพื่อศึกษาโครงการพัฒนาระบบพลังงานไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและรูปแบบการจำหน่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจ Data Center เพื่อรองรับผู้ใช้พลังงานที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง
- WHAID คว้า 3 รางวัล EIA Monitoring Awards 2025 ระดับดีเด่น (Outstanding) ประเภทโครงการด้านอุตสาหกรรม
- บริษัท WHAUP และ WHAIR ได้รับประกาศเกียรติบัตรโครงการ “ESG DNA ชุดความรู้ด้านความยั่งยืนสำหรับบุคลากรทุกระดับ” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างวัฒนธรรม ด้านความยั่งยืนภาบในองค์กร
- คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทได้รับรางวัล Thailand Top CEO of The Year 2025 ในอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) จัดโดยนิตยสาร Business+ โดย ARIP ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อยกย่องผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่นและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ธุรกิจไทย
- บริษัทได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน Top 50 บริษัทจดทะเบียนยอดเยี่ยม (Top 50 ASEAN Public Listed Companies) จากเวทีการประเมิน ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) ประจำปี 2567 เป็นครั้งแรก
- WHAID บรรลุข้อตกลงการขายที่ดินครั้งสำคัญกับบริษัท ฮ่าวหยาง ดาต้า เซ็นเตอร์ 1 (ประเทศไทย) จำกัด (Haoyang Data Center 1 (Thailand) Limited) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัท Beijing Haoyang Cloud & Data Technology Co., Ltd. ผู้ให้บริการ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกลระดับชั้นนำจากประเทศจีน
- กลุ่มบริษัทเข้ารับเอกสารสำคัญสำหรับการขยายการลงทุนในประเทศเวียดนาม ผ่าน 2 โครงการในนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) และจังหวัดฮึงเอียน (Hung Yen) ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมชั้นนำระดับโลก
- WHAUP ได้เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 ต่อผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ นักลงทุนประเภท High Net Worth เป็นจำนวนเงินรวม 3,500 ล้านบาท สรุปดังนี้
- หุ้นกู้อายุ 3 ปี ไม่มีการชำระดอกเบี้ยตลอดอายุหุ้นกู้ (Zero coupon) โดยมีอัตราคิดลดร้อยละ 2.45 ต่อปี มูลค่า 2,700 ล้านบาท
- หุ้นกู้เพื่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอายุ 5 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.82 ต่อปี มูลค่า 800 ล้านบาท
- บริษัทคว้ารางวัล “THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2025” สาขาอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ จัดขึ้น โดย โดยนิตยสาร BUSINESS+ ร่วมกับ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อยกย่ององค์กรที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ และมีความสามารถในการปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ
- WHAUP ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โซล่าร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ WHAUP ถือหุ้นร้อยละ 51 และบริษัท ดีเอช เอเชีย อินเวสเม้นต์ พีทีอี ลิมิเต็ด บริษัทย่อยของ บริษัท ไดวะ เฮ้าส์ อินดัสทรีส์ จำกัด (DHI) ถือหุ้นร้อยละ 49 เพื่อรองรับการให้บริการธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ที่มีศักยภาพโดยเฉพาะในประเทศไทย
- WHAID ประกาศเดินหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE 5) เฟสที่ 1 บนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ภายใต้แนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ “Smart Eco Industrial Estate” ที่มุ่งเน้นการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- บริษัทได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกของ S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยได้รับคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในการจัดอันดับ ความยั่งยืนของ S&P Global หรือ Top 1% S&P Global CSA Score ปี 2567 เป็นบริษัท ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Management & Development)
- บริษัทเปิดตัวศูนย์โลจิสติกส์ดีพีแอล เวียดนาม มินห์กวาง (DPL Vietnam Minh Quang) ภายในนิคมอุตสาหกรรม มินห์กวาง ประเทศเวียนาม
- คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท รับรางวัล “สุดยอดนักบริหารแห่งปี 2024” จากโครงการ Thailand Top Vote 2024
- ดับบลิวเอชเอ คว้า 4 รางวัล Healthy Organization Award 2024 จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ด้วยโครงการสร้างสุขภาพพนักงานภายใต้แอปพลิเคชั่น แว๊บบิท (WHAbit) โซลูชนดูแลสุขภาพครบวงจร ที่ช่วยให้องค์กรดูแลสุขภาพพนักงานได้ดีขึ้น
- บริษัทได้มีการลงทุนผ่าน WHA Vietnam ขยายพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรม WHA Industrial Zone 2 - Nghe An (Phase 1) โครงการใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่ 183 เฮกตาร์ (1,144 ไร่) โดยเขตอุตสาหกรรม WHA Industrial Zone 2 - Nghe An ตั้งอยู่ในเขตยุทธศาสตร์ใกล้เมืองวิญห์ (Vinh City)
- WHA คว้าเรทติ้งสูงสุดระดับ“AAA” SET ESG Ratings ประจำปี2567 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนสะท้อนการดำเนินงานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสังคมบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ
- ดับบลิวเอชเอกรุ๊ปคว้าอันดับสูงสุด"AAA" ในSET ESG Ratings เป็นปีที่2 ติดต่อกันและสถานะTHSI เป็นปีที่5 สะท้อนความยั่งยืนที่แข็งแกร่งบริษัทยังได้รับการยอมรับในระดับสากลรวมถึงรางวัลBest Sustainability Awards 2024 และSustainability Disclosure Recognition 2024 ของดับบลิวเอชเอยูทิลิตี้ส์แอนด์พาวเวอร์ซึ่งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของดับบลิวเอชเอต่อESG และการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ
- เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ทริสเรทติ้ง ประกาศให้อันดับเครดิตองค์กรของบริษัทฯ ที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “คงที่” สะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ นอกจากนี้ยังได้รับการประเมินตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2567 (CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) อยู่ในระดับ ‘ดีเลิศ (Excellent)’ หรือ ‘5 ดาว’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7
- WHA Group จัดงาน WHA Open House 2024: Explore - Discover - Shape the Future โชว์ศักยภาพธุรกิจ เจาะลึกนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัล พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการทดลองใช้งาน Mobilix โซลูชันกรีนโลจิสติิกส์ครบวงจรรายแรกของไทย
- WHA รับโล่รางวัล MEA ENERGY AWARDS 2024 ประเภทอาคารสำนักงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร สะท้อนให้เห็นว่า อาคารดับบลิวเอชเอ ทาวเวอร์ และอาคาร เอส เจ อินฟินิท วัน บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ ซึ่งทั้ง 2 เป็นออฟฟิศ/สำนักงานให้เช่าระดับพรีเมียม มีการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับสำนักงานอัจฉริยะได้ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน MEA Index และ IAQ ภายใต้แนวคิด “การใช้พลังงานดีมีประสิทธิภาพ และคุณภาพอากาศได้มาตรฐาน”
- WHA คว้ารางวัล Best Sustainability Awards ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จากงาน SET Awards 2024 โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันที่ WHA Group ได้รับรางวัลในกลุ่ม Sustainability Excellence จากทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยรางวัลนี้มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่แสดงถึงความโดดเด่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีและเป็นแนวทางในการยกระดับธุรกิจอย่างยั่งยืน
- บริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชั่นส์ จำกัด (GCL) ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดับบลิวเอชเอจีซี โลจิสติกส์ จำกัด ชื่อย่อ “WGCL” พร้อมจัดงานเปิดตัว WGCL Grand Opening การเปลี่ยนชื่อและตราสัญลักษณ์บริษัทใหม่ “WGCL” ครั้งนี้นับเป็นการสะท้อนถึงสถานะสู่การเป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture Company) ระหว่าง GC และ WHA
- เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2567 บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) รับมอบ 2 รางวัลระดับสากล ได้แก่ “HR Asia: Best Companies to Work for in Asia” และรางวัล “HR Asia: Sustainable Workplace Awards” จัดโดย HR Asia นิตยสารชั้นนำด้านทรัพยากรบุคคลของภูมิภาคเอเชีย ตอกย้ำการเป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วย และการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจตอบโจทย์ความยั่งยืนในระดับสากล
- WHAID ผู้ให้บริการด้านอุตสาหกรรมเชิงนิเวศครบวงจรอันดับ 1 ของประเทศไทย ตอกย้ำการดำเนินงานตามแนวทางความยั่งยืนพร้อมกวาด 7 รางวัลนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Estate) ในงาน Eco Innovation Forum 2024 จัดขึ้นโดยสถาบันการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “NOW THAILAND: SUSTAINABLE FUTURE” มุ่งเน้นการส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย มุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- WHA Group เผยศักยภาพอาณาจักรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในทุกมิติภายในงาน Techsauce Global Summit 2024 ด้วยการสร้างสรรค์ WHA Experience Zone สุดล้ำโชว์ไฮไลต์นวัตกรรมและเทคโนโลยีในระบบนิเวศของ WHA ที่ครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจ พร้อมเผยเบื้องหลังความสำเร็จของการพลิกโฉมองค์กรสู่การเป็น Tech & Sustainable Company เต็มรูปแบบ
- WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 อาคาร B ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED Gold เวอร์ชัน 4.1 BD+C สำหรับคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าโดยมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) เวอร์ชัน 4.1 ถือเป็นมาตรฐานอาคารเขียวเวอร์ชันล่าสุด ซึ่งกำหนดโดยสภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council) และเป็นมาตรฐานในอนาคตสำหรับแนวปฏิบัติด้านการออกแบบและการก่อสร้างอาคารเขียวที่ยั่งยืน
- บริษัท WHART และ WHAIR ได้รับการคัดเลือกอย่างต่อเนื่องให้เข้าอยู่ในทำเนียบกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 โดยกองทรัสต์ WHART ได้รับการคัดเลือกเข้าอยู่ในทำเนียบกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ในขณะที่ WHAUP ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบ ESG100 เป็นครั้งแรก และเป็น 1 ใน 19 หลักทรัพย์ใน ESG Emerging List ประจำปี
- WHA Digital ลงนามความร่วมมือคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วย แอปพลิเคชัน WHAbit และ โครงการ HeaRTS (HealthCaRe Tele-delivery Service) เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาทางกายภาพบำบัด และกิจกรรมบำบัดได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง พร้อมนี้ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการ ที่ต้องการใช้บริการกายภาพบำบัดในการดูแลพนักงานให้ห่างไกลจากออฟฟิศซินโดรม
- WHA Group พร้อมให้บริการ โมบิลิกส์ (Mobilix) โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครั้งแรกของไทยที่พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิด “Driving Sustainability in Motion” ปฏิวัติการขนส่งสู่ความยั่งยืนด้วยระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ที่ช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ให้เติบโตอย่างรับผิดชอบ พร้อมพร้อมด้วยโซลูชันที่ออกแบบให้ครอบคลุมทุกแง่มุมของห่วงโซ่คุณค่าของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและแนวปฏิบัติคำนึงถึงความยั่งยืน
- WHA Group ร่วมลงนามในข้อตกลงการให้บริการด้านดิจิทัล (Digital Service Agreement) กับ Votality และ Datakrew บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของธุรกิจ Green Logistics
- บริษัท และ WHAUP ได้รับรางวัล “คนดีรักษ์โลก” เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติองค์กรที่มีหลักการและแนวปฏิบัติที่ดีในการขับเคลื่อน และตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ โดยบริษัทมีแนวทางพัฒนาไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามกรอบของนโยบายคุณภาพสิ่งแวดล้อมการอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงการต่อยอดการลงทุนในเรื่องพลังงานทดแทน การบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การจัดหาแหล่งน้ำดิบไปจนถึงการดูแลคุณภาพน้ำเสียก่อนปล่อยสู่ภายนอกพื้นที่อุตสาหกรรม
- WHAUP ลงนามสัญญาซื้อขายน้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูง (Premium Clarified Water) กับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ด้วยมูลค่าสัญญากว่า 1,500 ล้านบาท ในโครงการผลิตน้ำอุตสาหกรรม คุณภาพสูง ปริมาณ 3.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อใช้ภายในโรงงาน GC ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ตะวันออก (มาบตาพุด)
- บริษัทได้รับรางวัล The People Awards 2024 ภายใต้แนวคิด People Go Beyond ต้นแบบคนผู้ทะยานข้ามขีดจำกัด ซึ่งเป็นรางวัลแห่งปีที่จัดโดย The People สื่อออนไลน์ชั้นนำ ที่มอบให้คนต้นแบบที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจผู้อื่นเพื่อทะยานสู่อนาคตที่ก้าวล้ำ
- บริษัทได้รับรางวัล Best Sustainability-Linked Bond in Thailand จาก The Asset Triple A Sustainable Finance Awards 2024 ซึ่งเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติอย่างยิ่ง ในแวดวงธุรกิจธนาคาร การเงิน และการลงทุน ในระดับนานาชาติ สะท้อนถึงความสำเร็จ ในการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายใหญ่ที่เชื่อมั่นในศักยภาพ ความแข็งแกร่ง และแนวทางการดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งสร้างคุณค่าและการเติบโตที่ยั่งยืนให้ กับองค์กร ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
- บริษัทได้เปิดโครงการดับบลิวเอชเอ เมกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ บางนา-ตราด กม.23 โปรเจกต์ที่ 3 มีพื้นที่อาคาร รวมกว่า 91,000 ตารางเมตร บนที่ดิน 102 ไร่ ประกอบด้วยคลังสินค้าสำเร็จรูป และแบบ Built-to-Suit พื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ถึง 30,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายอุตสาหกรรม
- บริษัทจับมือบริษัทไดวะ เฮ้าส์ อินดัสทรี คัมปะนี ลิมิเต็ด (“Daiwa House”) จากประเทศญี่ปุ่น เปิดโครงการสร้างศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ “DPL Vietnam Minh Quang” โดยจะเริ่มต้นทำการก่อสร้างอาคารคลังสินค้า บนพื้นที่โครงการ 70,109 ตร.ม. และมีพื้นที่ใช้สอยรวม 42,330 ตร.ม. ภายในนิคมอุตสาหกรรมมินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน เวียดนามโดยความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
- WHAUP ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมกับ บริษัท สหฟาร์ม จำกัด และ บริษัท โกลเด้น ไลน์ บิสซิเนส จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไก่ครบวงจร เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รูปแบบ Solar floating, Solar farm และ Solar rooftop รวม 14 โครงการ กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 46.36 เมกะวัตต์ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และเพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ภายนอกเขตนิคมอุตสาหกรรมของ WHA คาดเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายในไตรมาส 1-2 ปี 2568
- WHA Group มุ่งมั่นในแนวทางรักษ์โลก ร่วมผลักดันแนวทาง ESG จัดงาน Supplier Day 2024 มอบรางวัลดีเด่นด้าน ESG ให้กับคู่ค้าที่ผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการด้าน Supply Chain Management และสะท้อนการดำเนินธุรกิจตามนโยบาย ESG โดยจัดขึ้นเพื่อให้บริษัทคู่ค้าได้ทราบถึงทิศทางนโยบายรวมถึงแนวทางในการดำเนินธุรกิจเพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานด้านความยั่งยืนไปด้วยกัน
- บริษัทได้รับรางวัล “CEO of The Year 2023” หรือ “สุดยอดซีอีโอ” จากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจที่คัดเลือกเป็นประจำทุกปี โดยพิจารณาการให้คะแนนจาก 4 ส่วน คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ ESG การทรานส์ฟอร์มที่เป็นหัวใจสำคัญของการปรับตัวทางธุรกิจการพัฒนานวัตกรรมที่ต่อยอดธุรกิจในอนาคต และผลการดำเนินงาน
- WHAUP ร่วมกับการประปานครหลวงร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU “ความร่วมมือศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง/ร่วมทุนในบริษัทในเครือและ/หรือการร่วมลงทุนกับการประปานครหลวง” อาทิ จัดทำ Master Plan ร่วมกันเพื่อบริหารจัดการระบบประปาของพื้นที่เป้าหมาย และขยายสู่พื้นที่อื่น ๆ ของโครงการที่อยู่ในเครือข่าย การตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- บริษัทได้รับรางวัล "Top Supplier Award" ภายในงาน Supplier Leadership Conference ของบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) ผู้ผลิตรถยนต์ และประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ของฟอร์ด และมาสต้ ตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการไฟฟ้จากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานได้ตรงเวลา ด้วยราคาเหมาะสม รวมถึงมีการบริการทั้งก่อนและหลังการขายที่ดีเยี่ยม
- บริษัท ลงนามสัญญาซื้อ-ขายหุ้นและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ใน GC Logistics Solutions Company Limited ("GCL") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท พีที่ที่โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ("PTTGC") โดยบริษัทเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 50% จาก PTTGC ซึ่งถือเป็นการร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนและต่อยอดการเติบโตของธุรกิจคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าตลอดจนธุรกิจด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ด้วยความแข็งแกร่งของ กลุ่มบริษัทและ PTTGC จะช่วยพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการดำเนินงานและร่วมสร้างโอกาสในการเติบโตในธุรกิจโลจิสติกส์ของ GCL รวมถึงพัฒนาสู่ Integrated Logistics Company ที่มีเครือข่ายทางธุรกิจอย่างครบวงจร
- บริษัทได้จำหน่ายทรัพย์สินและให้เช่าทรัพย์สินระยะยาว ประเภทอาคารคลังสินค้า และสำนักงาน จำนวน ทั้งสิ้น 3 โครงการ ได้แก่ โครงการดับบลิวเอขเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม. 21 โครงการดับบลิวเอขเอ เมกกะ โลจิสติกส์เซ็นเตอร์ แหลมฉบัง โปรเจค 1 และโครงการดับบลิวเอซเอ เมกกะ โลจิสติกส์เซ็นเตอร์บางนา-ตราด กม. 23 โปรเจค 3 แก่กองทรัสต์ WHART โดยมีพื้นที่เช่าอาคารรวมประมาณ 142,896 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สิน รวม 3,566.5 ล้านบาท
- บริษัท และ WHAUP ได้รับผลการประเมิน SET ESG Ratings ปี 2566 ที่ระดับ "AAA" ซึ่งเป็นเรทติ้งระดับสูงสุด ติดรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำการพัฒนาธุรกิจเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน สู่การสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคมและประเทศ
- WHAUP ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar)ขนาด 8 เมกะวัตต์ ร่วมกับบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (AAT) ผู้ผลิตรถยนต์ และประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ของฟอร์ดและมาสด้า เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำของพื้นที่บ่อน้ำดิบ ซึ่งใช้พื้นที่ติดตั้ง 60,000 ตารางเมตร ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด(ระยอง) ของ WHA Group โดยคาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD) ได้ภายในเดือนกันยายน 2567
- กลุ่มบริษัทได้รับ 2รางวัลอันทรงเกียรติจาก SET AWARDS 2023 ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยบริษัท ดับบลิวเอซเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Best Sustainability Awards และบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิสิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาขน) ได้รับรางวัล Commended Sustainability Awards ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับวารสารการเงินการธนาคาร
- บริษัท ได้รับรับรางวัล AMCHAM CSR Excellence Awards ระดับแพลตินัมต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 และรางวัลด้านความรับชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยมของหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย จากโครงการ WeCYCLE
- บริษัท ได้รับรางวัลสุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่นของคินเซนทริคแห่งประเทศไทย ประจำปี 2023 (Kincentric Best Employer Award Thailand 2023) ซึ่งจัดขึ้นโดย คินเซนทริค (Kincentric) บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำต้านการบริหารทรัพยากรบุคคลระดับโลก ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศสินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งมอบให้กับองค์กรที่มีผลการประเมินต้านความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement)ในระดับดีเยี่ยม โดยพิจารณาจากผลสำรวจความคิดเห็นของพนักงานผ่านแบบสอบถามออนไลน์ ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ อาทิ ความพึงพอใจในงานที่ทำความผูกพันต่อองค์กร และความตั้งใจที่จะทำงานต่อในอนาคต
- WHA Smart Technology Industrial Zone - Thanh Hoa ซึ่งเป็นโซน อุตสาหกรรมแห่งที่ 2 ของบริษัทในประเทศเวียดนาม ได้รับการอนุมัติMaster Plan โครงการ 1/5000 ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 540 เฮกตาร์โดย WHA Smart Technology Zone - Thanh Hoa จะเป็นโซนอุตสาหกรรมระดับโลกที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางของอุตสาหกรรมในจังหวัด Thanh Hoa และเวียดนามโดยรวม โดยมีกลุ่มเป้าหมายคืออุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าโทรคมนาคม หุ่นยนต์ อวกาศโลจิสติกส์ ฟอตอนิคส์ การเกษตรมูลค่าสูง และอุตสาหกรรมเภสัชกรรม/การแพทย์
- WHA Industrial Zone JSC ได้รับ Certificate of merit จากจังหวัด Nehe An ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งมอบให้แก่บริษัทที่ความโดดเด่นและขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจมีการเติบโตรวมถึงให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคม
- ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น และบมจ, ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์พาวเวอร์ ที่ระดับ "A-" แนวโน้ม "คงที่" สะท้อนถึงการมีวินัยทางการเงินการมีสภาพคล่องที่เพียงพอ ความยืดหยุ่นและการมีประสิทธิภาพในการบริหารทางการเงินได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
- บริษัท คว้า 6 รางวัล นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในงาน Eco Innovation Forum 2023 ซึ่งเป็นงานประชุมและนิทรรศการด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดขึ้นโดยสถาบันกนอ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับ สถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้แนวคิด " MIND INSPIRE for Eco 2023" มุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- WHAUP ได้ถูกรับรองให้เป็นสมาชิกของโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตหรือ CAC (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ภายในงาน CAC Certification Ceremony 2023 :Success Story For Sustainability "แบ่งปันความสำเร็จ สู่จุดเปลี่ยนแห่งความยั่งยืน" สะท้อนให้เห็นและเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ใส่ใจในหลักความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และต่อต้านการทุจริตในทุกด้าน ภายใต้พันธสัญญาการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงหลักบรรษัทภิบาลที่ดีเพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดรับกับนโยบายและพันธกิจในการดำเนินธุรกิจของ WHAUP
- บริษัท ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อน Technology Ecosystem ของประเทศไทยให้เติบโต พร้อมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Digital Gateway แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสนับสนุนให้เกิดการค้า การลงทุน และการพัฒนาธุรกิจที่มีนวัตกรรมให้แข่งขันและเติบโตได้ในตลาดโลก
- บริษัท และ บริษัท มารูบนิ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง เพื่อร่วมกันศึกษาการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภพและครอบคลุมทั้งในด้านบริหารจัดการรถยนต์ในเชิงพาณิชย์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดิจิทัล และผสมผสานองค์ความรู้ รวมถึงพนักงานขับรถ (EV Fleet Management Service) เพื่อให้บริการแก่ลูกค้โลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท
- บริษัท ร่วมมือกับไอดับบลิวจี พีแอลซีเปิดพื้นที่ทำงานอย่างครบวงจร "รีจัส แอท ดับบลิวเอชเอทาวเวอร์" ครอบคลุมพื้นที่กว่า 826 ตารางเมตรณ อาคาร WHA Tower ย่านบางนากม. 7 โดยพื้นที่ดังกล่าวประกอบไปด้วยพื้นที่สำนักงานให้เช่า ที่มีตัวเลือกขนาดพื้นที่ที่หลากหลายและระยะเวลาที่ยืดหยุ่น โดยเริ่มตั้งแต่การเช่ารายวันไปจนถึงระยะยาว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของทุกธุรกิจ พื้นที่ Co-Working พร้อมบริการเต็มรูปแบบ อาทิ เฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงตามหลักสรีรศาสตร์ พื้นที่รับรองทางธุรกิจ เป็นต้น และสำนักงานเสมือนที่พร้อมบริการที่อยู่ทางธุรกิจแบบครบวงจร
- บริษัท และ WHAUP ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ Chief Innovation Officer จาก สำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้บริหารขององค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทย และสนับสนุนนวัตกรรมของประเทศไทยไปสู่การเป็น "ชาติแห่งนวัตกรรม"
- นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) ได้รับรางวัล EIA Monitoring Award 2023 ประเภทรางวัลดีเด่นกลุ่มประเภทอุตสาหกรรม ที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมดีเด่นประจำปี 2566 และ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (WHA ESIE 3) ได้รับรางวัล EIA Monitoring Award 2023 ประเภทรางวัลดีเด่นด้านสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมดีเด่นประจำปี 2566 ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมขององค์กร และมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
- บริษัท ได้เปิดให้เช่าอาคาร The QUANT Sukhumvit 25 อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกคุณภาพสูงกว่า 9,000 ตร.ม. ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนสุขุมวิท 25 ใกล้กับ BTS สถานีอโศกและ MRT สถานีสุขุมวิท ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีเชื่อมต่อเส้นทางในย่านธุรกิจที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดของกรุงเทพฯโดยโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท บริษัท ดับบลิวเอชเอเคดับบลิว อัลไลแอนซ์ จำกัด และบริษัท โตเกียว ทาเทโมโนะ จำกัด
- บริษัท และกองทรัสต์ WHAIR ได้รับการจัดอันดับจากสถาบันไทยพัฒน์ให้เป็น 1 ใน 15 หลักทรัพย์ ที่เป็น "บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน" หรือ ESG Emerging List จาก 888 บริษัท/ กองทุน/ทรัสต์เพื่อการลงทุน และได้เข้าอยู่ในทำเนียบ ESG 100 เป็นปีแรก ขณะที่กองทรัสต์ WHART ยังโชว์ฟอร์มเด่นคว้าอันดับกองทรัสต์น่าลงทุนกลุ่ม ESG100 ประจำปี 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสผลตอบแทนที่ดี ในระยะยาวแก่ผู้ลงทุน
- บริษัท ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ Prime Minister Award: Innovation for Global Challenge ในสาขา Competitiveness ภายในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2023 หรือ SITE 2023 จัดขึ้นโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่องค์กรที่ส่งเสริมและยกระดับศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ
- WHAUP และ ไอซิน พาวเวอร์เทรน (ประเทศไทย) จำกัด ("AIPT") ผู้ผลิตระบบส่งกำลังและเกียร์อัตโนมัติสำหรับรถยนต์ ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาโรงงาน (Solar Rooftop) ขนาดกำลังผลิต 3.25 เมกะวัตต์ ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเตรียลเอสเตท 2 จังหวัดชลบุรี ระบุช่วยลดค่าต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับAIPT ถึง 305 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศได้ถึง 56,300 ตันตลอดอายุการใช้งาน 25 ปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ AIPT ที่มีความมุ่งมั่นสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
- WHA ได้รับการรับรองต่ออายุการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้าน คอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC Re-Certification) ครั้งที่ 2 โดยการ รับรองดังกล่าวจะมีอายุ 3 ปี สะท้อนเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบตามที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ตั้งแต่ปี 2557และได้รับรองเข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ ปี 2560 เป็นต้นมา
- WHAUP คว้า 2 ดีลใหญ่ การให้บริการ น้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูง (Premium Clarified Water) ป้อนให้กับ ผู้ผลิต Solar Panel รายใหญ่จากประเทศจีนด้วยปริมาณการผลิต 2.92 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อปี มีอายุสัญญา15 ปี มูลค่าสัญญาประมาณ 1,800 ล้านบาทและ โรงงานผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ ด้วยปริมาณการผลิต1.679 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มูลค่าสัญญาประมาณ 1,100ล้านบาท ตอกย้ำการเป็นผู้นำให้บริการด้านสาธารณูปโภคด้านน้ำและไฟฟ้าระดับชั้นนำ
- WHAUP ได้ดำเนินการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการ Solar Rooftop ปริ๊งซ์ เฉิงซาน ไทร์ เฟสแรก ขนาด 19.44 มกะวัตต์ พร้อมลุยเซ็นสัญญา ติดตั้ง Solar Rooftop เฟส 2 ขนาด 4.80 เมกะวัตต์
- WHAUP ชนะการประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) เฟส 1 สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 5 โครงการ คิดเป็นกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น125.4 เมกะวัตต์ จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) แบ่งเป็นSolar Farm ปกติ 4 โครงการ และอีก 1 โครงการเป็น Solar Farm ที่มีการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) ร่วมด้วย โดยทั้ง 5 โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ จังหวัดอุบลราชธานีบุรีรัมย์ ราชบุรี และกาญจนบุรี และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในช่วงปี 2572 - 2573
- WHAUP บริษัท เมฆา วี จำกัด (Mekha V) ซึ่งเป็น Flagship ด้านธุรกิจปัญญาประดิษฐ์หุ่นยนต์ และดิจิทัล (AI, Robotics & Digitalization) ของกลุ่ม ปตท. และ บริษัทเชอร์ทิส เอไอ เอ็นเนอร์จี จำกัด ลงนามสัญญาร่วมทุนจัดตั้ง "บริษัท รีเนกซ์ เทคโนโลยีจำกัด" (RENEX TECHNOLOGY) เพื่อดำเนินการพัฒนาและลงทุนในธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรมและผู้ใช้บริการรายอื่น ๆ (Peer-to-Peer Energy Trading Platform) โดยบริษัทร่วมทุน RENEX TECHNOLOGY มีเป้าหมายเพื่อดำเนินการประกอบธุรกิจพัฒนาและให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขา ลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า (Peer-to-Peer) หรือการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ผ่านคนกลาง โดยใช้ระบบ Two-Sided Bidding Algorithm รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมและอำนวยความสะดวกการซื้อขายพลังงานให้กับผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยกับผู้ใช้พลังงานด้วยเทคโนโลยี Blockchain
- บริษัทได้รับการประกาศให้เป็น Sustainability Yearbook Member อีกทั้งยกให้เป็น Industry Mover ของกลุ่มอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นการรับรองผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่พัฒนาได้อย่างโดดเด่น ซึ่งถูกประกาศในรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook ประจำปี 2023 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าพัฒนาและสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ภายใต้ภารกิจ "Mission to the Sun" ผ่านโครงการ ที่สำคัญได้แก่ Green Logistics, Circular, Digital Health Tech และ Digital Assets (Metaverse) เป็นต้น ตอกย้ำความตั้งใจในการเป็น The Ultimate Solution for Sustainable Growth
- คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธาน คณะกรรมการบริษัทและประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับรางวัล Prime Minister's Digital Award 2022 สาขา Digital Entrepreneur of the Year จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ซึ่งรางวัสสาขาดังกล่าวมอบให้แก่ผู้ประกอบการหรือผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ ริเริ่ม ส่งเสริมการพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่มีความโดดเด่นและส่งผลให้องค์กรเป็นที่ยอมรับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลรวมถึงมีความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
- คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธาน คณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับรางวัลอันทรงเกียรติ "IEEE PES Women in Power Award 2022" จากงาน IEEE PES Dinner Talk 2022 จัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงาน ไอทริปเปิ้ลอี (ประเทศไทย) ซึ่งรางวัล ดังกล่าว สะท้อนถึงการเป็นผู้บริหารหญิงที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อพัฒนาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน ด้วยการพัฒนาพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มภายใต้พันธสัญญาในการเป็น "The Ultimate Solution for Sustainable Growth"
- WHAUP เปิดระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ของ บริษัทซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) จำกัด ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า 1.095 เมกะวัตต์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรมระบบคลาวด์ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน
- บริษัทได้รับ 6 รางวัลเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จากงานสัมมนาวิชาการ"ECO Innovation Forum 2022" ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Eco Journey to Carbon Neutrality" โดยความร่วมมือระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กับสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- บริษัทได้จำหน่ายทรัพย์สินและให้เช่าทรัพย์สินระยะยาว ประเภทอาคารคลังสินค้าโรงงาน และสำนักงาน จำนวนทั้งสิ้น 5 โครงการได้แก่ โครงการ WHA Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม. 23 โปรเจค 3), โครงการ WHA Signode Factory, โครงการ WHA Mega Logistics Center (เทพรักษ์ กม. 21 ), โครงการ WHA KPN Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม. 23 โปรเจค 2) และ โครงการ WHA Central Mega Logistics Center (วังน้อย 63) แก่กองทรัสต์ WHART โดยมีพื้นที่เช่า อาคารรวมประมาณ 159,963 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินรวม 4,050.9 ล้านบาท
- กลุ่มบริษัทได้จำหน่ายสิทธิการเช่าอาคารคลังสินค้าโรงงาน และสำนักงานรวม 14 หลังในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 (WHA CIE1), นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 (WHA ESIE 1), นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) (ESIE), ดับบลิวเอชเอโลจิสติกส์พาร์ค 1 (WHA LP 1), ดับบลิวเอชเอโลจิสติกส์พาร์ค 2 (WHA LP 2), ดับบลิวเอชเอโลจิสติกส์พาร์ค 4 (WHA LP4) และนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค กบินทร์ ของกลุ่มบริษัทพื้นที่อาคารรวม 48,186 ตารางเมตร ให้แก่กองทรัสต์ WHAIR (ชื่อเดิม “HREIT”) คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินรวม 1,345.9 ล้านบาท
- บริษัท คว้ารางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2022 สาขาความเป็นเลิศในการบริหารจัดการโดยรวม รางวัล Distinguished ตอกย้ำการสร้างธุรกิจ เติบโตอย่างมีธรรมาภิบาล พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมให้ยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัท ได้รับรางวัล AMCHAM CSR Excellence Awards ระดับแพลตินัมต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 และรางวัล The Thai Development Award จากโครงการ WeCycle อีกด้วย
- ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของบมจ. ดับบสิวเอซเอ คอร์ปอเรชั่น และบมจ. ดับบลิวเอซเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ ที่ระดับ "A-" แนวโน้ม "คงที่" สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จากโครงสร้างรายได้ที่แข็งแกร่งของบริษัท ใน 4 กลุ่มธุรกิจ
- บริษัท และ WHAUP ติดอันดับหุ้นยั่งยืน หรือ THSI (Thailand Sustainability Investment) ประจำปี 2565 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อเนื่องเป็น ปีที่ 3 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กร ที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการดำเนิน ธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารงานภายใต้หลัก รรษัทภิบาล (Environment, Social and Governance : ESG) พร้อมก้าวสู่การเป็น Tech Company
- บริษัท รับ 3 รางวัลอันทรงเกียรติจาก SET AWARDS 2022 ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence และ Business Excellence จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยบริษัท ดับบสิวเอซเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Sustainability Excellence ประเภท Commended Sustainability Awards บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Business Excellence ประเภท Best Innovative Company Awards และ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ได้รับรางวัล Business Excellence ประเภท Outstanding REIT Performance Awards ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลดังกล่าว จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินการธนาคาร
- บริษัท ได้รับรางวัล Thailand's Best Managed Companies 2022 ซึ่งจัดขึ้นโดย ดีลอยท์ ประเทศไทย
- ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งใหญ่ จำนวน 600 ไร่ กับบีวายดี ตั้งโรงงานรถยนต์พลังงานใหม่แห่งแรกในอาเซียน ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 เพื่อแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในการสนับสนุนโครงการอีอีซี และการดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve Industry) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
- คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่ บริหารกลุ่มบริษัท บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับมอบ รางวัล "THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2022" ประเภทอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยรางวัลอันทรงเกียรตินี้ เป็นรางวัลเพื่อยกย่องและเขิดชูเกียรติ ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ซึ่งมุ่งหวังเพื่อถ่ายทอดความรู้และกลยุทธ์ความสำเร็จของ ผู้บริหารองค์กรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริหารรุ่นใหม่ จัดโดย นิตยสาร BUSINESS+ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- WHAUP ได้เป็นผู้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่จอดรถ(Solar Carpark)บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ จำกัด ขนาดการผลิตไฟฟ้า 7.7 เมกะวัตต์ บนพื้นที่หลังคารวม 59,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่า การลงทุน 235 ล้านบาท โดยปัจจุบัน WHAUP ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะสม ทั้งสิ้น 77 โครงการ คิดเป็น127 เมกะวัตต์ โดยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 46 โครงการ คิดเป็น 40.2 เมกะวัตต์
- บริษัท ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MoU) กับองค์การบริหารเขตเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจังหวัดกว๋างนาม เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม "WHA Smart Eco Industrial Zone"นิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในประเทศเวียดนาม บนพื้นที่ประมาณ 400 เฮกตาร์ ในจังหวัดกว่างนาม ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดดานัง (ทางเหนือ) และจังหวัดกว๋างหงาย (ทางใต้) ด้วยสภาพแวดล้อมการดำรงชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ จังหวัดกว่างนามจึงเป็นจังหวัดที่สามารถดึงดูดแรงงานในพื้นที่และชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี เขตอุตสาหกรรมในอนาคตแห่งนี้เหมาะสำหรับโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ เครื่องกล ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม การแพทย์ และโลจิสติกส์ โดยคาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มต้นในปี 2567
- บริษัท ร่วมกับ อบต. ตาสิทธิ์ เตรียมจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เสริมสร้างความยั่งยืนสู่ชุมชน
- บริษัทประกาศการลงทุนมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัท เมอร์คูลาร์ (Mercular) สตาร์ทอัพ Vertical E-Commerce สัญชาติไทย ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Hobby Lifestyle เพื่อจำหน่ายสินค้าเฉพาะทาง Community Commerce อาทิ หูฟัง ลำโพง เกมมิ่งเกียร์ โต๊ะคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์งนอดิเรก และของสะสมอื่น ๆ โดยการลงทุน ในครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มบทบาท ในธุรกิจ B2C ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้การลงทุนดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนงานด้าน "นวัตกรรมและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน" ของบริษัทโดยเฉพาะการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ร่วมกับธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
- บริษัทประกาศเปิดตัวนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 11 "นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอซเอ ระยอง 36" บนแนวคิด "นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ" โดยตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วยเนื้อที่รวมขนาด1,281 ไร่ (507 เอเคอร์ หรือ 205 เฮกตาร์) พร้อมต้อนรับนักลงทุนรายใหญ่โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) อันได้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และอุตสาหกรรมการบิน อิเล็กทรอนิกส์ และโลจิสติกส์ ฯลฯ
- บริษัทและโรงพยาบาลสมิติเวชลงนามบันทึกความร่วมมือด้านดิจิทัลเฮลล์แคร์ เตรียมเปิดโลกบริการด้านสุขภาพ สำหรับพนักงานและลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม WHAbit ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันใหม่ของบริษัทร่วมกับบริการ Samitivej Virtual Hospital ของโรงพยาบาลสมิติเวช
- WHAUP ร่วมมือกับ ปตท.-เซอร์ทิส และ กฟภ. พัฒนาระบบ Peer-to-Peer Energy Trading ผ่านเทคโนโลยี Blockchain ซื้อขายไฟฟ้าครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ Platform ชื่อว่าRenewable Energy Exchange หรือ "RENEX" เริ่มต้นในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในการทำธุรกรรมและอำนวยความสะดวกการซื้อขายพลังงานให้กับผู้ผลิตฟฟ้ารายย่อยกับผู้ใช้พลังงาน
- บริษัท เปิดตัวโครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม. 21 ซึ่งเป็นโครงการแบบมิกซ์ยูสและปลอดอากรที่ให้บริการคลังสินค้า และโรงงานแบบ Built-to-Suit โดยมีพื้นที่ขนาดตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 ตารางเมตร เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ผู้ผลิตสินค้า โชว์รูมหรือศูนย์ฝึกอบรมต่าง ๆ ครอบคลุมพื้นที่อาคารรวม 400,000 ตารางเมตรบนเนื้อที่ 400 ไร่ ซึ่งจะเป็นคลังสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท และอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร
- บริษัทร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MoU) กับคณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อยกระดับความร่วมมือด้าน "การดูแลสุขภาพในภาคอุตสาหกรรม" โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านสุขภาพและวามเป็นอยู่ที่ดีในภาคอุตสาหกรรมเพื่อที่จะพัฒนาหลักสูตรทางวิชาการและการฝึกอบรมที่ครอบคลุมสำหรับนักศึกษาที่กำลังศึกษาต้านสาธารณสุขศาสตร์และสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่สนใจในการพัฒนาอุตสาหกรรม
- กลุ่มบริษัท ได้จำหน่ายทรัพย์สินและให้เช่าทรัพย์สินระยะยาว ประเภทอาคารคลังสินค้า โรงงาน และสำนักงาน จำนวนทั้งสิ้น 3 โครงการได้แก่ โครงการ WHA Mega Logistics Center (วังน้อย 62), โครงการ WHA Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม. 23 เฟส 3 โปรเจค 3) และ โครงการ WHA E-Commerce Park แก่กองทรัสต์ WHART โดยมีพื้นที่เช่าอาคารรวมประมาณ 184,329 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินรวม 5,549.7 ล้านบาท
- บริษัทได้รับรางวัล Rising Star Sustainability Award สำหรับบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในงาน SET Awards 2021 ที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล (Environmental, Social และ Governance หรือ ESG)ในขณะที่ WHAUP ได้รับรางวัล Outstanding Innovative Company จากโครงการ Demineralized Reclaimed Water : แหล่งน้ำทางเลือก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทและ WHAUP ยังได้รับรางวัล "Sustainable Stocks Company" อีกด้วย
- WHAUP และบริษัท พรินซ์ เฉิงซานไทร์ ประเทศไทย) จำกัด ลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งมีกำลังผลิตฟฟ้า 19.44 เมกะวัตต์ บนพื้นที่หลังคา รวม 229,000 ตารางเมตร โดยโรงงาน ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 ในเขต เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยคาดว่าการติดตั้งโครงการนี้จะแล้วเสร็จในปี 2565
- บริษัทและ บัวหลวงเวนเจอร์ส ร่วมกันเข้าเป็นผู้ลงทุนหลักรอบ Series B ของ "GIZTIX" สตาร์ทอัพสัญชาติไทย ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลด้าน E-Logistics วงเงินระดมทุนราว 260 ล้านบาท
- กลุ่มบริษัท ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามขนาด 1,300 เตียง ในพื้นที่ WHA Mega Logistics Center เพื่อรองรับผู้ป่วยประเภทที่ไม่มีอาการ และมีอาการน้อย นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคม2564 กลุ่มบริษัทได้ร่วมมือกับกลุ่มซีพีและโรงพยาบาลจุฬารัตน์ เปิดโรงพยาบาลสนาม "ซีพี - ดับบลิว เอซเอ - จุฬารัตน์" รองรับผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 สีเหลือง สีส้ม เพิ่มเติมอีกด้วย
- กลุ่มบริษัท ซื้อหุ้นร้อยละ 29.40 ในบริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด ("สตอเรจเอเชีย") ผู้ให้บริการให้เช่าพื้นที่จัดเก็บทรัพย์สินส่วนบุคคลระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ "Store Self Storage"
- ทัสพาร์ค ดับบลิวเอขเอ ร่วมกับสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการวมวิจัยเทคโนโลยีและพัฒนาระบบนิเวศแห่งนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างนิสิต สตาร์ทอัพ ตลอดจนธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและการผลิต พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน 2564 ทัสพาร์ค ดับบลิวเอซเอ ยังร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เพื่อสร้างความร่วมมือใน ด้านการวิจัยและการฝึกอบรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม มุ่งส่งเสริมการพัฒนาด้านวิชาการผ่านความร่วมมือเพื่อการวิจัยและพัฒนา การสร้างเครือข่ายบุคลากร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ภายใต้กรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี มุ่งมั่นยกระดับการถ่ายทอดความรู้แก่นักศึกษาและส่งเสริมการดำเนินโครงการวิจัยร่วมกันตลอดจนจัดการฝึกอบรมภาคปฏิบัติระหว่างนักศึกษากับภาคธุรกิจ
- กลุ่มบริษัท ร่วมมือกับบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ - ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจีเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามสัญญาความร่วมมือในการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า "MG Super Charge" 5 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทและในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และจังหวัดสระบุรี
- กลุ่มบริษัท เปิดตัว "WHA Office Solutions" นำเสนอโซลูซันสำนักงานให้เช่าเต็มรูปแบบ บนหลากหลายทำเลศักยภาพสูงทั่วกรุงเทพมหานคร พร้อมจับกลุ่มนักธุรกิจยุคใหม่ที่กำลังมองหาพื้นที่การทำงานแบบยืดหยุ่น ส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีโครงการสำนักงานพร้อมให้เช่าและกำลังพัฒนาอยู่จำนวน 6 โครงการ
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้คัดเลือกให้หุ้น WHA เป็นหลักทรัพย์เข้าคำนวณดัชนี SETHD ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564
- กลุ่มบริษัทย้ายสำนักงานมายังอาคารดับบลิวเอชเอ ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของกลุ่มบริษัทตั้งอยู่บนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราดกม. 7)
- WHAUP ร่วมกับ ปตท. และ เซอร์ทิส ลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาระบบ Smart Energy Platform เพื่อยกระดับนวัตกรรมการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีเอไอ และบล็อกเชน สำหรับการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัท
- ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ลงนามความร่วมมือ พัฒนาเขตอุตสาหกรรม 2 แห่งในจังหวัดถั่งหัว ประเทศเวียดนาม
- ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เปิดตัวโครงการ อีคอมเมิร์ซ พาร์ค แห่งแรกในไทยบนถนนบางนา-ตราด กม.37 จังหวัดฉะเชิงเทรา
- ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ลงนามความร่วมมือกับทัส โฮลดิ้งส์ เปิดตัวศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายใต้ชื่อ “ทัสพาร์ค ดับบลิวเอชเอ” ในกรุงเทพฯ
- บีไอจี และดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อผลิตและจัดจำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรม
- ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เปิดตัวโครงการ ดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ แหลมฉบัง แห่งที่ 2
- WHAUP ทุ่ม 300 ล้านบาท ลุยโปรเจกต์ Reclaimed Water เพิ่ม เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ EEC พร้อมต่อยอดรายได้ในอนาคต
- WHAUP พัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะ ในนิคมอุตสาหกรรม – ลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและแสงอาทิตย์
- ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน เหงะอาน จับมือ วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเวียดนาม – เกาหลี ลงนามบันทึกความเข้าใจเสริมทักษะอุตสาหกรรมให้นักศึกษา
- ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป จับมือ กราวด์ อิงค์ ลงนามบันทึกความเข้าใจเชิงกลยุทธ์ เดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นโลจิสติกส์อัจฉริยะ
- นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง รับใบประกาศรับรองการเป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ
- ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป คว้ารางวัล 2019 People’s Choice Award และ AMCHAM CSR Excellence Award
- ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจดิจิทัล แพลตฟอร์ม พร้อมนำเสนอคลาวด์ เซอร์วิสแบบครบวงจร ดับบลิวเอชเอ อินโฟนิทผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ 4 แห่งในประเทศไทย พร้อมนำเสนอการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (Infrastructure as a Service) อาทิ ศูนย์กู้คืนข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่องไม่มีสะดุด
- ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ส่งมอบระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนต้นแบบแก่ อบต. ปลวกแดง ภายใต้โครงการ Clean Water for Planet
- “ WHAUP ” ได้รับการจัดเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “A-”
- บอร์ดอีอีซีอนุมัตินิคมอุตสาหกรรมเหมราชทั้ง 9 แห่ง ให้เป็น เขตส่งเสริมนิคมอุตสาหกรรมเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่กว่า 34,434 ไร่
- ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ลงนามสัญญาผู้ถือหุ้นกับไออาร์พีซี เพื่อพัฒนา “นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง” ในเขตอีอีซี จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ด้วยทุนจดทะเบียน 650 ล้านบาท เข้าซื้อที่ดินประมาณ 2,152 ไร่
- บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ประกาศเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น “บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 8 แห่ง
- “WHAUP” สยายปีกธุรกิจต่างแดนตั้งบริษัทย่อย ในเวียดนาม คว้าสิทธิให้บริการน้ำครบวงจรในเขตอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ เหมราช เหงะอาน
- WHAUP เริ่มโครงการ Solar Rooftop ซึ่งจะใช้พื้นที่คลังสินค้า และอาคารในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ประมาณ 2 ล้านตารางเมตร หรือคิดเป็น 200 เมกะวัตต์
- ดับบลิวเอชเอ เหมราช อินดัสเตรียล โซน - เหงะอาน จัดพิธีวางศิลาฤกษ์เขตอุตสาหกรรมล้ำสมัย เตรียมเริ่มโครงการก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่เฟส 1 ครอบคลุมพื้นที่ 498 เฮกตาร์ จากพื้นที่ทั้งหมด 3,200 เฮกตาร์
- ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ฉลองความสำเร็จ จัดงาน “WHA Group 15 years of continuous growth and 30 years of success in industrial estate development”
- WHART ผนึกรวม WHAPF สำเร็จ แปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็น REIT ได้รายแรกของไทย
- บริษัท เวสท์ แมเนจเม้นท์สยาม จำกัด (WMS) ในเครือโดวะ อีโค ซิสเต็มส์ กรุ๊ป ประเทศญี่ปุ่นลงนามในสัญญาจัดหาขยะอุตสาหกรรม ให้กับบริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี จำกัด
- โครงการกัลฟ์ ทีเอส 4 เริ่มดำนินการเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2561
- วันที่ 28 เมษายน บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2560 ต่อนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนประเภท High Net Worth เป็นจำนวนเงิน 2,600 ล้านบาท อายุ 3 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.50 ต่อปี
- วันที่ 25 สิงหาคม บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2560 ต่อนักลงทุนในวงจำกัดเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท อายุ 2 ปี 11 เดือน 24 วัน โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.15 ต่อปี
- เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ บริษัทฯ เปิดตัว “นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 4 (HESIE4)” นิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 9 ของกลุ่มบริษัทเหมราชฯ ตั้งอยู่ในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึ่งมีขนาดโครงการประมาณ 1,900 ไร่
- WHAUP ได้รับอนุญาตการเสนอขายหลักทรัพย์จากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยแบบแสดงรายการข้อมูลการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 และได้เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 3 เมษายน 2560 โดยได้นำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560
- บริษัทฯ ขยายธุรกิจการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมไปยังประเทศเวียดนาม โดยได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม (Investment Registration Certificate) จากรัฐบาลเวียดนามแล้วในเดือนพฤษภาคม โดยเป็นการอนุมัติให้มีการพัฒนาโครงการระยะยาว ขนาดโครงการรวมกว่า 20,000 ไร่ ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเฟสแรก ขนาดพื้นที่ประมาณ 3,100 ไร่ ภายใต้ชื่อโครงการ “WHA Hemaraj Industrial Zone” ในจังหวัดเหงะอาน (Nghe An Province) ซึ่งต่อมาได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์แล้วเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2561
- โครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) จำนวน 5 โครงการ (โรงไฟฟ้ากัลฟ์ วีทีพี และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ทีเอส 1-4) ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทฯ ผ่าน WHAUP กับ บริษัท กัลฟ์ เอ็มพี จำกัด เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 วันที่ 1 กันยายน 2560 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 และวันที่ 1 มกราคม 2561 ตามลำดับ โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม คิดเป็นจำนวน 160.1 เมกะวัตต์ตามสัดส่วนการถือหุ้น
- เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม บริษัทฯ ได้รับการรับรองฐานะสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Thai CAC)
- ในไตรมาส 4 กลุ่มบริษัทฯ เริ่มเปิดให้บริการศูนย์บริการระบบข้อมูลสารสนเทศ (Data Center) 3 แห่ง รองรับจำนวนตู้แร็ค (Rack) ทั้งสิ้น 461 ตู้ เพิ่มเติมจากการให้บริการด้านไฟเบอร์ออพติก (FTTx) ในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มเหมราชฯ
- ในเดือนพฤศจิกายน บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรในระดับ A- โดยบริษัท ทริส เรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating)
- วันที่ 29 พฤศจิกายน กลุ่มบริษัทฯ ได้จำหน่ายทรัพย์สินและให้เช่าทรัพย์สินระยะยาว ประเภทอาคารคลังสินค้า จำนวนทั้งสิ้น 4 โครงการ ซึ่งได้แก่ โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ ชลหารพิจิตร กม. 3 (72 ไร่) โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ กม. 19 อาคาร C และ อาคาร M โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ ลำลูกกา และโครงการ Omada Aerospace Factory ระยอง แก่กองทรัสต์ WHART โดยมีพื้นที่เช่ารวมประมาณ 85,867 ตารางเมตร คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 3,079.3 ล้านบาท
- ในเดือนพฤศจิกายน นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 4 (HESIE4) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (“คณะกรรมการ กนศ.”) ให้เป็นเขตส่งเสริมเพื่อรองรับกิจการอุตสาหกรรม และได้รับการประกาศเป็น “เขตส่งเสริม : นิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 4” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนตร์แห่งอนาคต อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ แล้วเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 และนอกจากนี้ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอีก 8 แห่ง ของกลุ่มบริษัทฯ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กนศ. ให้เป็นเขตส่งเสริมเพื่อรองรับกิจการอุตสาหกรรมแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 และอยู่ระหว่างการประกาศเป็นเขตส่งเสริม
- ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี ให้มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่นเริ่มงานก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ขนาด 8.63 เมกะวัตต์
- ดับบลิวเอชเอ เหมราช เปิดตัว “นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 4” (HESIE4) แห่งใหม่ในเขตอีอีซี จังหวัดระยอง
- “WHAUP” เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าโครงการกัลฟ์ ทีเอส 3 จ่อเปิดโรงไฟฟ้าเพิ่มปี 61-62 อีก 63.6 เมกกะวัตต์
- “WHAUP” พัฒนาโครงการวางท่อจัดจำหน่าย และค้าปลีกก๊าซธรรมชาติ พร้อมให้บริการลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช ภายในไตรมาส 3 ปีหน้า
- กองทรัสต์ “HREIT” เพิ่มทุนครั้งที่ 1 จำนวน 1,690 ล้านบาท
- ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป รับรางวัล Frost & Sullivan Thailand Excellence Award ประจำปี 2017 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
- ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เตรียมพัฒนาเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งแรกในจังหวัดเหงะอาน ประเทศเวียดนาม โซน เฟส 1 ขนาด 498 เฮกตาร์ ที่มีมูลค่าการลงทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นส่วนหนี่งของแผนพัฒนาระยะยาวมีพื้นที่รวม 3,200 เฮกตาร์
- บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จํากัด (มหาชน) ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้น IPO เป็นที่เรียบร้อย
- วันที่ 7 ธันวาคม บริษัทฯ ได้จำหน่ายอาคารคลังสินค้าจำนวนทั้งสิ้น2 โครงการ ซึ่งได้แก่ โครงการ WHA Mega Logistics Center(ชลหารพจิ ติ ร กม.5) และโครงการ WHA Mega Logistics Center(ลาดกระบัง) ให้แก่กองทรัสต์ฯ โดยมีพื้นที่ให้เช่ารวมประมาณ159,141 ตารางเมตร คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 4,145 ล้านบาท
- เดือนธันวาคม บริษัท ดับบลิวเอชเอ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งบริษัทฯถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 99.99 ผ่านบริษัทเหมราชฯ ได้ร่วมทุนกับบริษัท กัลฟ์ เอ็มพี จำกัด ในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP)จำนวน 1 โครงการ โดยถือหุ้นร้อยละ 25.01 ใน กัลฟ์ เอ็นแอลแอล 2ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 120 เมกะวัตต์
- วันที่ 23 พฤศจิกายน กลุ่มบริษัทเหมราชฯ ได้จำหน่ายสิทธิการเช่าอาคารโรงงาน 80 หลัง และคลังสินค้า 21 หลัง ในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทเหมราชฯ พื้นที่รวม 261,314 ตารางเมตรให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เหมราช(“HREIT”) คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 6,279 ล้านบาท โดยมีบริษัท เหมราช รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด (“HRM”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทเหมราชฯ เป็นผู้จัดการกองทรัสต์ และบริษัทเหมราชฯ เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์
- เดือนพฤศจิกายน บริษัทฯ ได้ชำระคืนเงินกู้ยืมงวดสุดท้ายของเงินกู้ยืมจำนวนทั้งหมด 31,891 ล้านบาท จากสถาบันการเงิน ที่บริษัทฯใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการเข้าซื้อบริษัทเหมราชฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) ได้มีการเบิกเงินกู้ยืมจำนวน 12,999 ล้านบาทในระหว่างการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทและเตรียมการเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- เดือนกันยายน บริษัทฯ และกลุ่มไดวะ เฮ้าส์ (Daiwa House)ได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัท ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โลจิสติกส์ พร็อพเพอร์ตี้จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้ว2.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการอาคารคลังสินค้าศูนย์กระจายสินค้า และอาคารโรงงาน โดยมีโครงการเริ่มแรกบนถนนชลหารพิจิตร กม.3 และแหลมฉบัง บริษัทร่วมทุนดังกล่าวถือหุ้นโดยบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ร้อยละ 51 และบริษัท ดีเอช เอเชีย อินเวสเมนท์ ไพรเวท ลิมิเต็ดร้อยละ 49 โดยในเดือนธันวาคม ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนและชำระแล้วของบริษัทร่วมทุนเป็น 820 ล้านบาท
- เดือนกันยายน บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัท เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์จำกัด ร่วมกับพันธมิตร 2 ราย ด้วยทุนจดทะเบียน 12 ล้านบาทและทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 3 ล้านบาท (โดย ณ สิ้นปี 2559มีทุนจดทะเบียน 210 ล้านบาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 111 ล้านบาท) เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์(Data Center) บริษัทร่วมทุนดังกล่าวถือหุ้นโดยบริษัท ดับบลิวเอชเออินโฟนิท จำกัด ร้อยละ 33.33 บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 33.33 และ บริษัท อินเตอร์ลิงค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 33.33 เดือนกันยายนบริษัท โกลว์ เหมราช วินด์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 51 ผ่านบริษัทเหมราชฯ ได้ถูกปรับโครงสร้างให้ถือหุ้นโดยบริษัท อีสเทิร์นซีบอร์ด คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 100
- ในเดือนกันยายน บริษัท โกลว์ เหมราช วินด์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 51 ผ่านบริษัทเหมราชฯ ได้ถูกปรับโครงสร้างให้ถือหุ้นโดยบริษัท อีสเทิร์นซีบอร์ด คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 100
- ในเดือนกันยายน บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 9/2559 มูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.00 ต่อปี
- เดือนสิงหาคม กลุ่มบริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัทในกลุ่มโกลวและบริษัทในกลุ่มสุเอซ จัดตั้ง บริษัท อีสเทิร์นซีบอร์ด คลีน เอ็นเนอร์ยี่จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 40,000,020 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) บริษัทร่วมทุนดังกล่าวถือหุ้นโดย WHAEG ร้อยละ 33.33 บริษัท โกลว์ไอพีพี 3 จำกัด ร้อยละ 33.33 และ บริษัท บริษัท สุเอซ (เซาท์อีสท์เอเชีย) จำกัด ร้อยละ 33.33
- วันที่ 10 สิงหาคม 2559 WHAUP ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 3,825 ล้านบาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 3,200 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5บาท และได้ทำการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559
- เดือนสิงหาคม บริษัทฯ ได้เปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ของบริษัทฯเนื่องจากบริษัทฯ มีการขยายตัวทางธุรกิจเป็นอย่างมาก และมีธุรกิจครอบคลุมธุรกิจหลักหลายด้าน บริษัทฯ จึงได้เปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ของบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ เป็นที่รู้จักแพร่หลายภายใต้แบรนด์เดียว
- เดือนกรกฎาคม ได้จัดตั้ง บริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัดด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท เพื่อยื่นข้อเสนอขอขายไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม
- เดือนกรกฎาคม ได้จัดตั้ง บริษัท ดับบลิวเอชเอ เหมราช อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 240 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) และการบริหารงาน การวางแผนธุรกิจ และประสานงานธุรกิจ แก่บริษัทในกลุ่มทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยบริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 99.99 ผ่านบริษัทเหมราชฯ
- ในเดือนกรกฎาคม บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 8/2559 มูลค่า 300 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 3 ปี 2 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี
- วันที่ 9 มิถุนายน บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 5/2559 มูลค่า 230 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 3 ปี 2 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.85 ต่อปี
- วันที่ 16 มิถุนายน บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 6/2559 มูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 2 ปี 11 เดือน 26 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.85 ต่อปี
- วันที่ 21 มิถุนายน บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 7/2559 มูลค่า 280 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 3 ปี 17 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.85 ต่อปี
- วันที่ 24 มิถุนายน บริษัทฯ ได้ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ WHA-W1 จำนวน 244 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 837.19 บาท
- ในเดือนพฤษภาคม บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 4/2559 มูลค่า 150 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 3 ปี 1 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี
- ในเดือนเมษายน บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2559 มูลค่า 2,500 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป และหุ้นกู้ครั้งที่ 3/2559 มูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีรายละเอียดตามตารางด้านล่าง
- In March, the Company issued THB 200 mm debentures No. 1/2559 for sale to institutional investors and high net worth investors, having a tenure of 2 years, 2 days at a fixed rate of 3.70% per annum.
- วันที่ 2 มีนาคม บริษัทเหมราชฯ ได้มีสถานะพ้นจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ภายหลังจากการรวมธุรกิจของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทเหมราชฯได้มีการจัดโครงสร้างธุรกิจภายในกลุ่มให้มีความชัดเจนในการดำเนินงานและเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการนำธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้จัดกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้าให้ดำเนินการอยู่ภายใต้ บริษัท เหมราช คลีน วอเตอร์ จำกัด (ซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์แอนด์ พาวเวอร์ จาํ กัด (มหาชน)(“WHAUP”)) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ที่ถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 99.99 ผ่านบริษัทเหมราชฯ
- เดือนมีนาคม WHAUP ได้เข้าทำสัญญาพันธมิตรทางธุรกิจและรวมถึงสัญญาเช่าสิทธิดำเนินการผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่ออุตสาหกรรมและบริหารจัดการน้ำเสียในนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทเหมราชฯ โดยมีอายุสัญญา 50 ปีนับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญา
- เดือนพฤษภาคม บริษัท ดับบลิวเอชเอ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด(“WHAEG”) (เดิมชื่อ บริษัท เหมราช เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด) รับโอนหุ้นทั้งหมดในบริษัท ดับบลิวเอชเอ เอ็นเนอร์ยี่ 2 จำกัด(“WHAET”) ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ที่ประกอบธุรกิจไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด บริษัท ห้วยเหาะไทยจำกัด (ซึ่งถือหุ้นร้อยละ 25 ในบริษัท ไฟฟ้าห้วยเหาะ จำกัด)และบริษัท โกลว์ ไอพีพี จำกัด จากกลุ่มบริษัทเหมราชฯ(WHAEG และ WHAET เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ที่ถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 99.99 ผ่าน WHAUP)
- เดือนมิถุนายน บริษัทฯ ได้โอนหุ้นที่ถือร้อยละ 74.99 ในบริษัทร่วมทุนจำนวน 11 บริษัท ให้แก่ WHAEG (หุ้นอีกร้อยละ 25.01ถือโดยบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)) บริษัทร่วมทุนทั้ง 11 บริษัท ประกอบธุรกิจลงทุนในธุรกิจพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV Rooftop)
- วันที่ 9 กุมภาพันธ์ บริษัทฯ ได้ดำเนินการเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทเหมราชฯ เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ของกิจการออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเสร็จสิ้น ทำให้บริษัทฯ ถือหุ้นในบริษัทเหมราชฯ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 98.54 ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
- เดือนมกราคม บริษัทฯ และกลุ่มเซ็นทรัลได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทเซ็นทรัล ดับบลิวเอชเอ อะไลแอนซ์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน10 ล้านบาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 2.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการอาคารคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้าและอาคารโรงงาน โดยมีโครงการแรกในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริษัทร่วมทุนดังกล่าวถือหุ้นโดยบริษัทฯ ร้อยละ50 และบริษัท ซีอาร์ซี เพาเวอร์ รีเทล จำกัด ร้อยละ 50 โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วรวม 642.50 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559
- เหมราช เอ็นเนอร์ยี่ จับมือกัลฟ์ เอ็มพี เตรียมพัฒนาโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 5 โครงการ ในนิคมฯ เหมราช
- วันที่ 2 ธันวาคม บริษัทฯ ได้ยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทเหมราชฯ เพื่อที่จะขอเพิกถอนหลักทรัพย์ของกิจการออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยบริษัทฯ จะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บริษัท เหมราชฯในราคาหนุ้ ละ 4.40 บาท โดยเริ่มรับซื้อหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 3ธันวาคม 2558 จนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
- On 14th December, the Company increased the capital from the exercise of 1,178,363,008 share of WHA-W2 totaling THB 3,181,580,121.16.
- วันที่ 29 ธันวาคม บริษัทฯ ได้จำหน่าย อาคารคลังสินค้าจำนวนทั้งสิ้น 3 โครงการ โดยมีพื้นที่ให้เช่ารวมประมาณ174,914 ตารางเมตร ให้แก่กองทรัสต์ฯ คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 4,486 ล้านบาท
- วันที่ 30 ธันวาคม บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อยในต่างประเทศ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่
- WHA Corporation (Hong Kong) Company Limited เพื่อลงทุนในต่างประเทศ โดยประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทต่างประเทศทั้งหมด
- WHA Corporation (International) Company Limited เพื่อลงทุนในต่างประเทศโดยประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทต่างประเทศทั้งหมด
- PT WHA International Indonesia เพื่อลงทุนและประกอบธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย
- และได้จัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศจำนวน 1 แห่ง ได้แก่
- บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินโฟนิท โฮลดิ้ง จำกัด (ต่อมาได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินโฟนิทจำกัด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560) เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการศูนย์บริการระบบข้อมูลสารสนเทศ และธุรกิจด้านดิจิตอล
- วันที่ 6 พฤศจิกายน บริษัทฯ ได้ขายทรัพย์สินของบริษัทฯ รวมจำนวน2 โครงการ ซึ่งได้แก่อาคาร เอสเจ อินฟินิท วัน บิสซิเนสคอมเพล็กซ์ (SJ Infinite I Business Complex) และโครงการบางนา บิสสิเนส คอมเพล็กซ์ ให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ บิสซิเนสคอมเพล็กซ์ (“WHABT”) ราคาขายทรัพย์สินทั้งสิ้น 2,388.80ล้านบาท (หลังหักภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยบริษัท ดับบลิวเอชเอเรียลเอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด (“WHARM”) หนึ่งในบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการกองทรัสต์
- วันที่ 12 พฤศจิกายน บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 5/2558 มูลค่า 200 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 2 ปี 3 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.70 ต่อปี
- ในเดือนตุลาคม บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 4/2558 มูลค่า 250 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 2 ปี 3 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.70 ต่อปี
- วันที่ 13 ตุลาคม บริษัทฯ ได้มีมติเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในส่วนของอาคารคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และอาคารโรงงาน เพื่อความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ ให้บริษัทฯเป็นผู้พัฒนาโครงการอาคารคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า หรืออาคารโรงงานที่พัฒนาขึ้นตามความต้องการของลูกค้า (Built-to-Suit) และ อาคารคลังสินค้า หรือศูนย์กระจายสินค้าแบบสำเร็จรูป(Ready-Built) ในทุกพื้นที่ เว้นแต่ พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมเขตประกอบการอุตสาหกรรม หรือสวนอุตสาหกรรมที่พัฒนาโดยบริษัท เหมราชฯ ส่วนบริษัท เหมราชฯ เป็นผู้พัฒนาโครงการอาคารคลังสินค้าหรืออาคารโรงงานสำเร็จรูป (Ready-Built) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรม หรือสวนอุตสาหกรรมที่พัฒนาโดยบริษัท เหมราชฯ
- วันที่ 30 ตุลาคม กลุ่มบริษัทฯ ได้มีการปรับผังองค์กร และมีมติเลื่อนตำแหน่งของนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ ส่วนนายสมยศ อนันตประยูรประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ ท่านเดิมยังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการ กรรมการ และกรรมการบริหารของบริษัทฯ ต่อไป และมีมติแต่งตั้งนายจักรกฤษณ์ ไชยสนิท เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ
- วันที่ 8 กันยายน บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2558 มูลค่า 2,000 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.15 ต่อปี
- วันที่ 11 กันยายน บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 3/2558 มูลค่า 350 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.70 ต่อปี
- ในเดือนกรกฎาคม บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2558 มูลค่า 400 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.95 ต่อปี
- วันที่ 20 เมษายน บริษัทฯ ได้รับซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทเหมราชฯ รวมทั้งสิ้นร้อยละ 92.88 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ
- วันที่ 27 เมษายน บริษัทฯ ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value) ของบริษัทฯ จากเดิมหุ้นละ 1 บาท เป็นหุ้นละ 0.10 บาท ส่งผลให้จำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ เปลี่ยนแปลงจากเดิม 1,431,233,233 หุ้น เป็น 14,312,332,330 หุ้น
- วันที่ 28 เมษายน บริษัทฯ ได้ขายทรัพย์สินส่วนต่อเติมของโครงการ DSG ให้แก่กองทุนรวมฯ มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 17 ล้านบาท(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- เดือนมีนาคม บริษัทฯ ได้ยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทเหมราชฯ โดยสมัครใจ (Voluntary Tender Offer) ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท (สี่บาทห้าสิบสตางค์) โดยเริ่มรับซื้อหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2558 จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2558
- ในเดือนมีนาคม บริษัทฯ ได้ประกาศเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) จำนวน 350,506,096 หุ้น ในอัตราส่วน 2.75 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 963,891,769 บาท เป็น 1,314,397,866 บาท
- วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ได้จัดตั้งบริษัท ดับบลิวเอชเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด โดยบริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 99.99 เพื่อจุดประสงค์ในการทำคำเสนอซื้อ ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท เหมราชฯ
- ในเดือนธันวาคม ได้มีการจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (“WHART”) โดยบริษัทฯ ได้จำหน่ายทรัพย์สินประเภทอาคารคลังสินค้าจำนวน 11 อาคาร คิดเป็นพื้นที่เช่ารวม 167,107.45 ตารางเมตร มูลค่ารวม 4,420 ล้านบาท ให้แก่กองทรัสต์ WHART ซึ่งมีบริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด (WHAREM) หนึ่งในบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการกองทรัสต์
- ในเดือนธันวาคม บริษัทฯ ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท เหมราชแลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ("เหมราช")
- บริษัทฯ ได้ประกาศเจตจำนงในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของเหมราชโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข (Voluntary Tender Offer) ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ บริษัทฯ จะยกเลิกคำเสนอซื้อหากเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการทำคำเสนอซื้อแล้ว มีผู้แสดงเจตนาขายต่ำกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของเหมราช ทั้งนี้ การทำคำเสนอซื้อโดยสมัครใจดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขบังคับก่อน ดังต่อไปนี้:
- เงื่อนไขบังคับก่อนที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น ในการเสนอขายหุ้นเหมราชในราคาหุ้นละ 4.50 บาท โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในการทำคำเสนอซื้อโดยสมัครใจ ได้รับการปฏิบัติตามเป็นที่เสร็จสิ้นแล้ว
- ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้นของเหมราชตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายหุ้น และอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการทำคำเสนอซื้อโดยสมัครใจต่อไป
- ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน (Rights Offering) และบริษัทฯ ได้ดำเนินการออกและจำหน่ายหุ้น รวมถึงจดทะเบียนเพิ่มทุนสำเร็จลุล่วง โดยบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถออกหุ้นใหม่ได้คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8,800,000,000 บาท
- บริษัทฯ ได้รับการอนุมัติวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งเมื่อรวมกับเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมแล้ว จะมีจำนวนเพียงพอในการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของเหมราชภายใต้คำเสนอซื้อโดยสมัครใจ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับสถาบันการเงินบางแห่ง
- ในเดือนพฤศจิกายน บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 5/2557 มูลค่า 290 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.00 ต่อปี
- ในเดือนตุลาคม บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 4/2557 มูลค่า 200 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 2.9 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.85 ต่อปี
- ในเดือนกรกฎาคม บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 3/2557 มูลค่า 1,700 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยแบ่งออกเป็น 4 ชุด มูลค่าชุดละ 435 ล้านบาท, 385 ล้านบาท, 600 ล้านบาท และ 280 ล้านบาท มีอายุหุ้นกู้ 3 ปี, 5 ปี, 7 ปี และ 10 ปี ตามลำดับ ดังรายละเอียดในตารางด้านล่าง
| ชุดที่ | จำนวนหน่วย | มูลค่า (ล้านบาท) |
อัตราดอกเบี้ยคงที่ (% ต่อปี) |
อายุ (ปี) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 435,000 | 435 | 3.85 | 3 |
| 2 | 385,000 | 385 | 4.40 | 5 |
| 3 | 600,000 | 600 | 4.70 | 7 |
| 4 | 280,000 | 280 | 5.00 | 10 |
- ในเดือนพฤษภาคม บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2557 มูลค่า 1,810 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกมูลค่า 700 ล้านบาท มีอายุหุ้นกู้ 3 ปี และชุดที่สองมูลค่า 1,110 ล้านบาท มีอายุหุ้นกู้ 5 ปี ดังรายละเอียดในตารางด้านล่าง
| ชุดที่ | จำนวนหน่วย | มูลค่า (ล้านบาท) |
อัตราดอกเบี้ยคงที่ (% ต่อปี) |
อายุ (ปี) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 700,000 | 700 | 3.75 | 3 |
| 2 | 1,100,000 | 1,100 | 4.42 | 5 |
- ในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2557 มูลค่า 500 ล้านบาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มีอายุหุ้นกู้ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.01 ต่อปี
- ในเดือนธันวาคม กองทุนรวมฯ ได้จัดประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อพิจารณาการเพิ่มทุนครั้งที่ 4 เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในโครงการคลังสินค้า 4 โครงการ และการปรับปรุงโครงการอีก 1 โครงการ รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 4,590.0 ล้านบาท ซึ่งวาระดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนและมีระยะเวลาผูกพัน 1 ปีนับจากวันที่อนุมัติ
- ในเดือนพฤศจิกายน กองทุนรวมฯ ได้ดำเนินการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เป็นมูลค่าประมาณ 4,056 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์และรับโอนสิทธิการเช่าโครงการคลังสินค้า 5 โครงการ และสังหาริมทรัพย์อีก 1 โครงการ คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 4,536 ล้านบาท (รวมเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินจำนวน 600 ล้านบาท) โดยมีพื้นที่เช่ารวม 173,366.79 ตารางเมตร จากบริษัทฯ, บริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด และบริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด โดยบริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์
- ในเดือนตุลาคม บริษัทฯ ร่วมกับกลุ่มเคพีเอ็น (KPN) จัดตั้งบริษัท ดับบลิวเอชเอ เคพีเอ็น อัลลายแอนซ์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท และมีแผนจะเพิ่มทุนเป็น 768 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าระดับพรีเมียม ทั้งในรูปแบบ Built-to-Suit และโครงการ Warehouse Farm บนถนนบางนา-ตราด กม. 23 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 64.97 และนายกฤษณ์ ณรงค์เดช ถือหุ้นร้อยละ 35.03
- ในเดือนกันยายน บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 305,999,491 บาท จากเดิม 611,998,983 บาท เป็น 917,998,474 บาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้น (Stock Dividend) ในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่
- ในเดือนกันยายน บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ มูลค่ารวม 2,700 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 3 ชุด มีรายละเอียดดังนี้:
| ชุดที่ | จำนวนหน่วย | มูลค่า (ล้านบาท) |
อัตราดอกเบี้ยคงที่ (% ต่อปี) |
อายุ (ปี) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 1,630,000 | 1,630 | 4.24 | 3 |
| 2 | 500,000 | 500 | 4.55 | 4 |
| 3 | 570,000 | 570 | 4.84 | 5 |
- ในเดือนสิงหาคม บริษัทฯ ร่วมกับ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนจำนวน 11 บริษัทเพื่อลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar PV Rooftop) โดยบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 74.99 ในทั้ง 11 บริษัท และบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 25.01 ทั้งนี้ บริษัทร่วมทุนได้ยื่นขอเสนอขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการ Solar PV Rooftop จำนวน 5 บริษัท มีกำลังการผลิตรวม 4.28 เมกะวัตต์ (รายละเอียดปรากฏในส่วนที่ 2.1 ลักษณะการประกอบธุรกิจและการให้บริการ)
- ในเดือนสิงหาคม บริษัทฯ ได้ดำเนินการลดทุนจดทะเบียนในส่วนของหุ้นที่ยังไม่ได้เรียกชำระจำนวน 1,017 บาท โดยการตัดหุ้นที่จดทะเบียนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ออกจำหน่ายจำนวน 1,017 หุ้น ซึ่งเป็นหุ้นที่เหลือจากการจัดสรรหุ้นปันผลตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2556 โดยหลังจากการลดทุนดังกล่าว บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจำนวน 611,998,983 บาท
- ในเดือนเมษายน บริษัทฯ ได้ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 102 ล้านบาท จากเดิม 510 ล้านบาท เป็น 612 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นในอัตราส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่
- ในเดือนมกราคม กองทุนรวมฯ ได้ดำเนินการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เป็นมูลค่าประมาณ 2,142 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์และรับโอนสิทธิการเช่าโครงการคลังสินค้า 3 โครงการ คิดเป็นพื้นที่เช่ารวม 69,529.28 ตารางเมตร จากบริษัทฯ และบริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด โดยบริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์
- ในเดือนกุมภาพันธ์ กองทุนรวมฯ ได้ดำเนินการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 เป็นมูลค่า 1,827 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์และรับโอนสิทธิการเช่าโครงการคลังสินค้า 3 โครงการ และโครงการโรงงาน 1 โครงการ คิดเป็นพื้นที่เช่ารวม 107,277.4 ตารางเมตร โดยบริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์
- ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2555 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการดังต่อไปนี้:
- แปรสภาพบริษัทเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ภายใต้ชื่อ "บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)"
- เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value) จากเดิมหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท
- เพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 129,400,040 บาท จากเดิม 380,599,960 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 510,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 129,400,040 หุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)

- ในเดือนธันวาคม บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 170,000,000 บาท เป็น 380,599,960 บาท โดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 21,059,996 หุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 10 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 210,599,960 บาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจและชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนด้วยวิธีดังต่อไปนี้:
- แลกหุ้น (Share Swap) จำนวน 8,059,998 หุ้น ของบริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด ที่ราคาหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นมูลค่า 80,599,980 บาท โดยมีอัตราการแลกหุ้นของบริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ อยู่ที่ 1 ต่อ 1
- แลกหุ้น (Share Swap) จำนวน 12,999,998 หุ้น ของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด ที่ราคาหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นมูลค่า 129,999,980 บาท โดยมีอัตราการแลกหุ้นของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ อยู่ที่ 1 ต่อ 1
- ปัจจุบัน บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 99.9 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วในทั้งสองบริษัทดังกล่าว การเข้าซื้อหุ้นในทั้งสองบริษัทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (IPO)
- ในเดือนกันยายน บริษัทฯ ได้ตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นจำนวน 15,190,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 49.0 ของหุ้นทั้งหมดใน บริษัท ดับบลิวเอชเอ โกลแมค อัลลายแอนซ์ จากกลุ่มบริษัท โกลแมค เบอร์ฮาด (Glomac Berhad) ในราคาหุ้นละ 18.8 บาท และซื้อหุ้นอีกจำนวน 7,750,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.5 ในราคาหุ้นละ 15.9 บาท (มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 อยู่ที่ 10.6 บาทต่อหุ้น) รวมเป็นการถือหุ้นร้อยละ 74.0 ของทุนจดทะเบียน ทำให้บริษัทฯ กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท ดับบลิวเอชเอ โกลแมค อัลลายแอนซ์ ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นรายเดิมยังคงถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 26.0 โดยบริษัทฯ ได้เข้าควบคุมกิจการนับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา
- บริษัท ดับบลิวเอชเอ โกลแมค อัลลายแอนซ์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด
- บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการ Warehouse Farm ซึ่งประกอบด้วยโครงการประเภท Built-to-Suit และโครงการคลังสินค้าทั่วไป (General Warehouse) โดยโครงการ Warehouse Farm แห่งแรกตั้งอยู่บนพื้นที่ 72,500 ตารางเมตร บนถนนบางนา-ตราด กม. 18 ภายใต้ชื่อโครงการ WHA Mega Logistic Center บางนา-ตราด กม.18
- ในเดือนมีนาคม บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 13,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 50.0 ของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ซีทีดับบลิว อัลลายแอนซ์ จำกัด ในราคาหุ้นละ 5.9 บาท (มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 อยู่ที่ 8.6 บาทต่อหุ้น) ส่งผลให้บริษัทฯ และกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นในสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 50 และบริษัทฯ ได้เข้าควบคุมกิจการนับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา
- บริษัท ดับบลิวเอชเอ ซีทีดับบลิว อัลลายแอนซ์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด
- ในเดือนมีนาคม บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 13,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 50.0 ของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ซีทีดับบลิว อัลลายแอนซ์ จำกัด ในราคาหุ้นละ 5.9 บาท (มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 อยู่ที่ 8.6 บาทต่อหุ้น) ส่งผลให้บริษัทฯ และกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นในสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 50 และบริษัทฯ ได้เข้าควบคุมกิจการนับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา
- บริษัท ดับบลิวเอชเอ ซีทีดับบลิว อัลลายแอนซ์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด

- ในเดือนธันวาคม ได้มีการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่ แอนด์ แวร์เฮ้าส์* โดยบริษัทฯ ได้จำหน่ายอาคารคลังสินค้า 2 อาคาร และโรงงาน 1 อาคาร คิดเป็นพื้นที่เช่ารวม 39,808.8 ตารางเมตร มูลค่า 1,283 ล้านบาท ให้แก่กองทุนรวมฯ และบริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์
- ต่อมาในปี 2554 ผู้ถือหน่วยลงทุนได้มีมติอนุมัติให้เปลี่ยนบริษัทจัดการกองทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่ แอนด์ แวร์เฮ้าส์ จาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด และได้เปลี่ยนชื่อกองทุนรวมเป็น "กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่ แอนด์ แวร์เฮ้าส์" ("WHAPF")

- ในเดือนพฤษภาคม กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้ตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดใน บริษัท ดับบลิวเอชเอ ซีทีดับบลิว อัลลายแอนซ์ จำกัด จาก บริษัท ซีทีดับบลิว ดิสทริบิวชั่น จำกัด เป็นจำนวนเงิน 80 ล้านบาท หรือที่ราคาหุ้นละ 12.3 บาท สำหรับหุ้นจำนวน 6,500,000 หุ้น ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อยู่ที่ร้อยละ 50 เท่ากัน
- บริษัทฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ในลักษณะ Sale and Leaseback (การขายทรัพย์สินและเช่ากลับคืน) โดยเข้าลงทุนซื้อและเช่ากลับคืนอาคารคลังสินค้าพื้นที่รวมมากกว่า 36,000 ตารางเมตร ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- ในเดือนกันยายน บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 170 ล้านบาท (ทุนชำระแล้ว 170 ล้านบาท)

- ในเดือนมีนาคม บริษัทย่อยของ โกลแมค เบอร์ฮาด (Glomac Berhad) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ที่มีชื่อเสียงในประเทศมาเลเซีย ได้เข้าถือหุ้นจำนวน 15,190,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 49.0 ใน บริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด โดยการซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในราคาหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 152 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มผู้ถือหุ้นรายเดิมเหลือสัดส่วนการถือหุ้นใน บริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด ที่ร้อยละ 26
- บริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดับบลิวเอชเอ โกลแมค อัลลายแอนซ์ จำกัด
- ในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 260 ล้านบาท (ทุนชำระแล้ว 180 ล้านบาท)
- บริษัท ซีทีดับบลิว จำกัด (เดิมคือ บริษัท ซีทีดับบลิว ดิสทริบิวชั่น จำกัด) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศสิงคโปร์ ได้เข้ามาร่วมทุนกับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 25 โดยการซื้อหุ้นจำนวน 6,500,000 หุ้น ที่มูลค่าตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 65 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่และกลุ่มของนางสาวจิตต์ อนันตประยูร ได้เพิ่มทุนรายละ 7.5 ล้านบาท สำหรับหุ้นจำนวน 750,000 หุ้น ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ใน บริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ ลดลงเหลือรายละร้อยละ 37.5 เท่ากัน
- บริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดับบลิวเอชเอ ซีทีดับบลิว อัลลายแอนซ์ จำกัด

- กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด ขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2549 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 310 ล้านบาท (ทุนชำระแล้ว 310 ล้านบาท) โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 ของหุ้นทั้งหมดใน บริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด
- บริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการศูนย์กระจายสินค้าพื้นที่รวม 52,913.3 ตารางเมตร บนถนนบางนา-ตราด กม. 20 ซึ่งถือเป็นโครงการแรกที่ดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของลูกค้า (Built-to-Suit)
- บริษัท คลังสินค้า เอเชีย อัลลายแอนซ์ จำกัด ได้เริ่มการก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าปรับอากาศ พื้นที่รวม 52,706.8 ตารางเมตร ภายใต้หลังคาเดียวกัน (Under One Roof) เพื่อใช้ในการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ บนถนนบางนา-ตราด กม. 19 ซึ่งนับเป็นศูนย์กระจายสินค้าปรับอากาศที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศไทย ณ ขณะนั้น

- กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด ขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 ด้วยทุนจดทะเบียน 180 ล้านบาท (ทุนชำระแล้วเริ่มต้น 1 ล้านบาท และได้ชำระเต็มจำนวนในปี 2547) โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ถือหุ้นในสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 50.0
- บริษัท ดับบลิวเอชเอ อัลลายแอนซ์ จำกัด ได้ริเริ่มแนวคิดในการพัฒนาโครงการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าที่ทันสมัยในรูปแบบ Built-to-Suit (การก่อสร้างตามความต้องการของลูกค้า) เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของผู้เช่าอย่างแท้จริง