บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท (ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป) มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2568 สะท้อนจากกำไรจากการดำเนินงานปกติที่สร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New Record High) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 18,232 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,135 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 18,108 ล้านบาท และกำไรปกติ 5,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีมูลค่าสินทรัพย์รวมเติบโตขึ้นเป็น 101,404 ล้านบาท เป็นผลมาจากการดำเนินงานที่เติบโตเพิ่มขึ้นของ 5 กลุ่มธุรกิจ ทั้งโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและไฟฟ้า ดิจิทัล และ ล่าสุดโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์โมบิลิกส์ (Mobilix)

คุณจรีพร จารุกรสกุล

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

สำหรับปี 2569 บริษัทเดินหน้าดำเนินธุรกิจภายใต้พันธกิจ “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND” เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้บุกเบิกเศรษฐกิจใหม่พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตให้กับประเทศไทย (New Economy, Unlocking the New Opportunities) เพื่อตอบรับเมกะเทรนด์โลกและเสริมความแข็งแกร่งให้กับ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก

กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ - ปี 2568 WHA มีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานรวม 3,241,949 ตร.ม. พร้อมลงนามสัญญาเช่าเพิ่มอีก 204,437 ตร.ม. โดยโครงการใหม่ ได้แก่ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม.23 และ เทพารักษ์ กม.21 ได้รับการตอบรับดี มีผู้เช่าแล้วเกือบเต็มทั้งโครงการ ขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนาม ณ นิคมฯ มินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน มีอัตราเช่าแล้วกว่าร้อยละ 60

ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งพัฒนาเฟสใหม่ของ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 (เฟส 3) และชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 รวมถึงเปิดโครงการใหม่ในทำเลที่ยุทธศาสตร์อย่าง WHA Manufacturing Park 331 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์โมบิลิกส์ (Mobilix) ซึ่งเป็นโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวม 387 คัน และบริษัทยังคงมุ่งสร้างระบบนิเวศ ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมการให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า บริการเครือข่ายสถานีชาร์จ และ Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกรีนโลจิสติกส์อัจฉริยะสำหรับจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่

ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม – บริษัทบริหารนิคม/เขตอุตสาหกรรม 17 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม บนพื้นที่รวม 88,900 ไร่ ในปี 2568 มียอดขายที่ดิน 1,340 ไร่ ยอดโอน 2,074 ไร่ และ Backlog รอโอน 770 ไร่ พร้อมยอด LOI/MOU รอเซ็นสัญญา 1,632 ไร่ ซึ่งล่าสุด ในไตรมาส 1/2569 สัญญา LOI/MOU ได้แปลงเป็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้วกับลูกค้ารายหนึ่งพื้นที่กว่า 900 ไร่

บริษัทเดินหน้าพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ โดยเฉพาะ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE5) พื้นที่ 6,490 ไร่ ซึ่งคาดว่าเริ่มโอนได้ในไตรมาส 1/2569 ด้านประเทศเวียดนาม บริษัทมุ่งขยายเขตอุตสาหกรรมเพิ่มในจังหวัดเหงะอานและทัญฮว้า โดยเฉพาะ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 and 2 – Thanh Hoa พื้นที่ 2,210 ไร่ (353.5 เฮกตาร์) รวมถึงจังหวัดใหม่อย่างฮึงเอียนและดานัง เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิต

ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) - ปี 2568 WHAUP มียอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 160 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นประเทศไทย 122 ล้านลูกบาศก์เมตร และเวียดนาม 38 ล้านลูกบาศก์เมตร

พร้อมกันนี้ บริษัทมุ่งขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Smart Water เพื่อยกระดับการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขยายระบบสาธารณูปโภคและพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของกลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูงกว่าปกติถึง 12-16 เท่า อีกทั้งยังผลักดันโซลูชัน Water Reclamation การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการฟื้นฟูและการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ เสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในระยะยาว

ธุรกิจไฟฟ้า - ปี 2568 มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,026 เมกะวัตต์ (เป็นพลังงานหมุนเวียนจำนวน 498 เมกะวัตต์) ซึ่งดำเนินการแล้ว 715 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 311 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด ขณะเดียวกัน บริษัทมีปริมาณการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 220 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 จากปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

บริษัทยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในไทยและเวียดนาม รองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของภาคอุตสาหกรรมและแรงกดดันด้าน Decarbonization พร้อมพัฒนาโครงการ Solar Private PPA, Feed-in-Tariff และ Direct PPA ควบคู่ การพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียน

ธุรกิจดิจิทัล – ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการยกระดับไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) ผ่านโครงการ Digital Transformation และ AI Transformation พร้อมเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัล และต่อยอดการขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ Intelligent Enterprise Ecosystem ภายใต้ โรดแมพ “Flight of the Future” ในปี 2028

บทพิสูจน์ความสำเร็จของ WHA Group ในปี 2568 สะท้อนจากรางวัลต่างๆ ที่บริษัทได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับโลก อาทิ รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สาขา Leadership Excellence จาก TMA คะแนนสูงสุดติดอันดับ Top 1% จาก S&P Global CSA รางวัล Best Innovative Company และ SET Awards of Honor ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จาก SET Awards 2025 พร้อมรักษาระดับ SET ESG Ratings ที่ ‘AAA’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึง AMCHAM Corporate Impact Awards ระดับ Platinum ปีที่ 16 และ EIA Monitoring Awards ระดับดีเด่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมโซลูชันอุตสาหกรรมแบบองค์รวม

สุดท้ายนี้ ดิฉันในนามประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และตัวแทนคณะกรรมการและคณะผู้บริหาร ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนบริษัทมาโดยตลอด ทั้งผู้ถือหุ้นที่มอบความเชื่อมั่น ลูกค้าที่ไว้วางใจ พันธมิตรทางธุรกิจที่ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ตลอดจนสถาบันการเงินที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัท อีกทั้งขอขอบคุณคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ที่ร่วมแรงร่วมใจและทุ่มเทในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายต่อไป